ปัญหาเรื่องซอฟท์แวร์นอก

ซอฟท์แวร์อย่างวินโดวส์ ไมโครซอฟท์ออฟฟิส และเน็ทสเคป กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้มี ผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันไปเสียแล้ว ที่แย่คือราคาซอฟท์แวร์นอกพุ่งสูงขึ้นไปตามค่าเงินยูเอสดอลล่า ประชาชนเดินดินกินข้าวแกง มีพีซีใช้กันที่บ้าน แต่ไม่มีซอฟท์แวร์ใช้ แม้จะกัดฟันซื้อใช้ ก็ยังกลายเป็นเงินทองรั่วไหลออกนอก แล้วจะทำอย่างไรกันดี

แผ่นซีดีซอฟท์แวร์ก็อปปี้เถื่อนตอนนี้จึงระบาดหนัก จะไม่ให้แพร่หลายได้อย่างไรเล่าครับ ก่อนมีเรื่องชาวบ้านชาวช่องก็ไม่ค่อยจะมีปัญญาซื้อซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์มาใช้อยู่แล้ว พอมาตอนนี้ ซอฟท์แวร์ตัวเก่า ที่เคยราคาหกพันบาท กลายเป็นราคาหมื่นกว่าบาท อย่างนี้ถ้าไม่ใช่หน่วยงานราชการ หรือบริษัทที่ใช้ซอฟท์แวร์ มาทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำจริงๆ คงไม่มีอำนาจซื้อดังใจปองแน่

น่าคิดที่ว่า ซอฟท์แวร์ที่เราใช้กันเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีสัญชาติอเมริกัน เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนออกทีวี เอาสินค้าต่างประเทศ พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือ มาทุบด้วยค้อนให้ดูเป็นตัวอย่าง พร้อมรณรงค์ให้เลิกใช้ของนอก ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่สินค้าอเมริกัน แต่เนื่องจากนักวิชาการหลายๆ คนเชื่อว่า วิกฤตการณ์ที่เราเผชิญอยู่นี้ เป็นสงครามเศรษฐกิจ ที่อเมริกา กระทำต่อประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ท่าทีแอนตี้อเมริกันก็คงจะเด่นชัดเป็นพิเศษ

ควรหรือไม่ที่เราจะเลิกใช้สินค้าอเมริกา? ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์หรือซอฟท์แวร์ หรือแม้กระทั่งรถจี๊บเชอโรกี ถ้าเราไม่ซื้อสินค้าอเมริกัน อเมริกาจะเดือดร้อนหรือไม่ หรือเราจะเดือดร้อนเสียเอง เราแอนตี้ อเมริกาก็จะมีท่าทีอ่อนลง ยอมช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทยหรือไม่?

เมื่อเดือนที่แล้วเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ให้สัมภาษณ์ทางทีวีปรามไว้ว่าว่า อย่าได้คิดข่มขู่ชาวอเมริกัน หรือรัฐสภาอเมริกันด้วยการกระทำใดๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ ในทางตรงกันข้าม ควรจะหันหน้าเข้าหากัน เพื่อเจรจาและร่วมมือกัน จะดีกว่าการเผชิญหน้ากัน ผมว่าฟังเค้าไว้หน่อยก็ดี เพราะตอนนี้เราเป็นทาสเทคโนโลยี เราไม่มีปัญญาสร้าง วินโดวส์ สร้าง อินเตอร์เน็ต ขึ้นมาแข่งกับเขาได้ จะกลับไปทำการเกษตรอย่างเดียวโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์เลย ก็เป็นไปไม่ได้แล้วด้วย