คนที่สร้าง Windows 98 เขาคงเจตนาดีอยากให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์อย่างเราๆ มีชีวิต ที่มีความสะดวกสบาย ยิ่งขึ้น แต่ทั้งคุณและผม ผู้ใช้ Windows 98 อยู่เป็นอาจิน ย่อมเคยประสบปัญหาน่าเวียนหัว อันเกี่ยวเนื่อง กับโอเอสหัวเห็ด ตัวนี้กันมาแล้ว อย่างโชกโชน โหดเหี้ยม สะบักสะบอม มาวันนี้ Windows NT 4 ก็คลี่คลาย มาจนเป็น Windows 2000 ถัดจาก 98 ยังมี Windows Me และ Xp แล้วเราจะใช้ตัวไหนกันดี

ถ้าคุณไม่ยากมีปัญหาจุกจิก และมีเครื่องซึ่งมีแรมเพียบ ก็ควรหันไปใช้ Windows XP ซะ ถ้ายังใช้ Windows 98 ก็ต้องยอมทนเจอ เรื่องปวดหัวไปอีกนาน เพราะ Windows 98 ถูกสร้างมาในหลักการประณีประนอม คือทำให้สามารถใช้กับฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ ร้อยแปดพันเก้าตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา ส่วน Windows XP นั้นสเด็จมาดังพระศรีอารยเพื่อปัดเป่าทุกข์โศกทุกประการ ดั่งโลกบรรลุ ถึงความไพบูรย์แล้วโดยสัมบูรณ์

ที่ว่าอย่างนี้ไม่ใช่ว่าใช้ Windows XP แล้วจะไม่เจอปัญหาอะไรเลยน่ะครับ ถ้าไม่อยากเจอปัญหาอะไรเลยผมขอแนะนำให้อยู่เฉยๆ อย่าไปใช้มันเลย คอมพิวตง คอมพิวเตอร์ แต่ถ้ายังต้องทนใช้คอมพิวเตอร์ ก็ต้องทำใจและทนกับมันต่อไป ต่อไปนี้เป็นหลักห้าประการ สำหรับไว้ท่อง เวลาต่อกรกับปัญหาที่จะเจอะเจอ

วิเคราะห์อาการ : ดูซิว่าอาการมันเกิดขึ้นตอนไหน เกิดขึ้นแบบสุ่มหรือคุณสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้แน่นอนทุกครั้งไป แล้วก็ลองลำดับ เหตุการ์ณดูว่ามันต้องมีขึ้นตอนอย่างไรบ้างจึงจะออกอาการ

นิยามปัญหา : พอรู้ว่าอาการเกิดขึ้นตอนไหนปั๊บ เราก็จะรู้ว่าอาการเป็นอย่างไรกันแน่ เราก็จะนิยามได้ว่าปัญหานั้นๆ ส่อให้เห็นความ ผิดปรกติของอะไร เช่นเกิดจากฮาร์ดแวร์หรือเปล่าเป็นต้น

หาลู่ทางแก้ : พอรู้ปัญหาแล้วก็มาคิดเรื่องทางแก้ไข ดูซิว่าต้องใช้อะไรบ้างจึงจะแก้ปัญหานั้นๆ ได้ อาจต้องติดต่อผู้ขายฮาร์ดแวร์ หรือผู้ขายซอฟท์แวร์ เพื่อขอคำปรึกษา หรือขอแผ่นไดร์ฟเวอร์ของอุปกรณ์ หรืออาจเพียงแค่ดูใน help ก็สามารถพบวิธีแก้ได้

ลงมือแก้ไข : เมื่อพร้อมแล้วก็ลงมือผ่าตัดคนไข้ได้ ใช้ขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งมักจะเป็นการติดตั้งใหม่ ฟอร์แมทฮาร์ดดิสก์ หรือไม่ก็ปรับแก้พร็อบเพอตีบางอย่าง

ตรวจดูผล : พอแก้ไขแล้วก็ลองทดสอบตามขั้นตอนที่ทำให้เกิดอาการ อีกครั้งซิว่ายังมีปัญหาอยู่หรือไม่ ถ้ายังมีปัญหาอยู่ ก็เปลี่ยนวิธีแก้ไข ใหม่ ถ้าคุณโชคดี หรือเก่ง ปัญหาก็จะอำลาไป แต่ถ้าเคราะห์หามยามร้าย ปัญหาใหม่ๆ จะเกิดเพิ่มอีก

หลักการวิเคราะห์ห้าประการที่ว่ามา เป็นหลักการกว้างๆ ที่คุณนำไปใช้ได้กับทั้ง Windows 95 และ Windows NT อันที่จริงแล้ว มันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่อง ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ

Windows 98 V.S. Windows 2000

โชคดีที่คุณไม่ต้องติดตั้ง Windows 98 เอง เพราะตอนซื้อเครื่องมา ผู้ผลิตมักจะติดตั้งไว้ให้เสร็จ แต่เชื่อคำของลาภลอยกิ๊กก็อกเหอะว่า คุณควรมีแผ่นซีดี Windows 98 เก็บไว้ดีๆ เพราะคุณต้องใช้มันบ่อยๆ แน่ บางครั้งคุณอาจต้องติดตั้ง Windows 98 ใหม่เลยก็ได้ถ้าเจอปัญหาหนักจริงๆ เช่นเจอไวรัสทำลายไฟล์ที่สำคัญ หรือเผลอลบไฟล์ของระบบ

ถ้าคุณอยากใช้ Windows 2000 ตามปรกติแล้วผู้ขายเครื่องเขาจะไม่ติดตั้งมาให้ นอกเสียจากว่าคุณสั่งพิเศษ หรือเครื่องที่ซื้อ เป็นระดับ เซอฟเวอร์ ถ้าคุณจะติดตั้งเองก็จะมีให้เลือกว่าเอาเป็นแบบ Server หรือแบบ Workstation อย่างชัดเจน สุดแล้วแต่ความต้องการ

การติดตั้งและการใช้งาน Windows 2000 หน้าตาจะเหมือน Windows 98 แทบทุกประการ คุณสามารถใช้โปรแกรม ของดอสและ Windows 98 ส่วนใหญ่ได้ แต่ถ้าคุณคิดจะไว้ใช้เล่นเกมให้เลิกคิดไปได้เลย คุณไม่สามารถใช้ Device driver แบบสิบหกบิตได้ ดังนั้นอุปกรณ์ใดที่ไม่มีไดร์เวอร์สำหรับ 2000 ก็โยนทิ้งไปได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ์ดพวกเลกาซี แบบไอซา (ISA Legacy) ไม่ควรนำมาใช้กับ 2000

ระบบ Plug & Play ของ Windows 2000 นับว่าดีพอใช้ สูสีกับ 98 และ Win Me ทีเดียว สามารถตรวจหาฮาร์ดแวร์ มาตราฐาน ที่ได้รับความนิยมมากๆ ได้ไม่ยาก และใช้งานได้เรียบร้อย

ที่ไอค่อน add/remove program ใน control panel คุณจะพบว่าคุณ สามารถติดตั้งและถอดถอน โปรแกรมต่างๆ ได้ดังใจนึก ดังนั้นถ้าคุณติดตั้งโปรแกรมใหม่ แล้วเกิดปัญหา โปรแกรมนั้นอาจเป็นโปรแกรมเก่า หรือเป็นโปรแกรมที่ เขียนมาไม่ดี ไม่เหมาะกับ Windows 95 ก็ได้ การถอดถอน โปรแกรม ที่มีปัญหาทิ้งไปอาจแก้ปัญหา น่าเวียนหัว ที่คุณ กำลังเผชิญอยู่

อย่าลืมว่า Windows 98 เป็นโอเอส หรือระบบปฏิบัติการ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ดอสเชลอย่าง Windows 3.11 ดังนั้นถ้าคุณติดนิสัย ต้องบู๊ตเครื่องเข้าจอดำๆ ของดอสเชลก่อน วาดลวดลายที่คอมแมนพร็อมพ์จนหนำใจ แล้วจึงเข้าไปใน Windows เป็นบางโอกาส อย่างนี้คุณก็ไม่ควรใช้ Windows 98 เพราะ Windows 98 นั้นจะปลอดภัยกว่า ถ้าคุณทำงานอยู่ในมันเป็นหลัก

โลกนี้ยังเป็นของ 98

มาถึงชั่วโมงนี้แล้วผมก็ชักแน่ใจว่า คงมีคนอีกไม่กี่คนที่ยังยึดมั่นกับ Windows 3.11 อยู่อีก นอกจากผู้ที่มีเครื่อง 386 หรือไม่ก็ เป็น องกรที่มีโปรแกรมสั่งทำตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต้องทำงานในดอสเป็นหลัก หรือไม่ก็มีแรมแค่สี่เม็ก ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม ผมเชื่อว่าผู้ที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ต้นปี 96 เป็นต้นมา ต่างใช้ชีวิตอยู่กับ Windows 98 โดยไม่มีทางเลือก

ปัญหาหลักๆ เลยของ Windows 98 ก็คือการพยายามใช้ฮาร์แวร์ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับ Windows 98 เช่นการ์ดเสียง การ์ดเนตเวิร์ค อุปกรณ์ SCSI เวลาเปิดเครื่อง Windows 98 มองไม่เห็นอุปกรณ์ตัวนั้น หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือ มองเห็น แต่มองเห็นเป็นอย่างอื่น ซึ่งจะเกิดความวุ่นวายตามมาแน่ ถ้าคุณซื้ออุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นอุปกรณ์ที่มีโลโก้ Windows 98 เป็นแบบ PnP (ปลั๊กแอนด์เพลย์) และเป็นอุปกรณ์ที่มีชื่อเสียง เชื่อถือได้ คุณก็ไม่ควรจะเจอปัญหานี้

ปัญหาใหญ่อีกอันหนึ่งของพีซีที่ใช้ๆ กันอยู่คือมันรองรับอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ไม่มากอย่างที่น่าจะเป็น ถ้าคุณเปิดเครื่องดูจะพบว่ามีสล็อตถึงหกอัน ดังนั้นก็น่าจะเสียบการ์ดต่างๆ ได้ถึงหกการ์ด แต่พอเอาเข้าจริง เสียบลงไปเพียงแค่สาม-สี่การ์ดก็เดี้ยงเสียแล้ว

ปัญหาเกิดจากอะไร คำตอบคือการ์ดทุกการ์ดต้องการใช้สัญญาณ IRQ (สัญญาณอินเตอร์รัป: เป็นสัญญานที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ให้อุปกรณ์ภายนอกสามารถขอรับบริการจาก ซีพียูได้อย่างทันท่วงที) และสัญญาณ DMA (การเข้าถึงหน่วยความจำโดยตรง เพื่อให้หน่วยความจำ หรือพอร์ดสื่อสารที่อยู่ในอุปกรณ์ภายนอก สามารถผองถ่ายข้อมูลกับระบบได้โดยไม่ต้องผ่านไมโครโปรเซสเซอร์) ด้วยกันทั้งนั้น แต่จำนวนที่มีจำกัด ทำให้เกิดมหกรรมแย่งชิงกันอย่างใครดีใครได้

ที่ไอค่อน add/remove program ใน control panel คุณจะพบว่าคุณ สามารถติดตั้งและถอดถอน โปรแกรมต่างๆ ได้ดังใจนึก ดังนั้นถ้าคุณติดตั้งโปรแกรมใหม่ แล้วเกิดปัญหา โปรแกรมนั้นอาจเป็นโปรแกรมเก่า หรือเป็นโปรแกรมที่ เขียนมาไม่ดี ไม่เหมาะกับ Windows 95 ก็ได้ การถอดถอน โปรแกรม ที่มีปัญหาทิ้งไปอาจแก้ปัญหา น่าเวียนหัว ที่คุณ กำลังเผชิญอยู่

สัญญาณ IRQ และ DMA ที่มีเพิ่มขึ้นมาในเครื่องเพนเซียม เป็นอย่างละสิบหกชุด ฟังดูเหมือนมาก แต่ปรากฏว่าตัวระบบเอง มุบมิบไป ใช้แล้ว มากกว่าครึ่ง ที่เหลือให้พอทำยา ก็เสร็จการ์ดเสียง หรือการ์ดสแกนเนอร์ แค่นี้ก็ใบ้กินแล้ว ถ้าเจอการ์ด แลนเข้าไปอีก ก็ปวดหัว กันละครับ ผู้ใช้ต้องมานั่งเซ็ตสัญญานหลบกันไป หลบกันมาเป็นที่ครื้นเครง และน่าเศร้าที่โอกาสซึ่งผู้ใช้ทั่วๆ ไป จะสามารถเซ็ตได้เองนั้นน้อยยิ่งกว่าน้อย

ถ้าอุปกรณ์ที่เรามีอยู่ เป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ทุกชิ้น การติดตั้งไม่ว่าจะเป็น Windows 95 หรือ Windows NT ก็ไม่ควรจะมีความ ยุ่งยากอะไร เว้นแต่ว่าคุณจะมีอุปกรณ์มากเกินไป จน IRQ กับ DMA ไม่พอใช้ และเริ่มตีกัน ทางป้องกันนั้นมีสองอย่าง อย่างแรก คือใช้ อุปกรณ์ SCSI ซึ่งสามารถต่อพ่วงกันได้ถึงเจ็ดชิ้น แต่ SCSI ก็มีข้อเสียที่ราคาแพงกว่าอุปกรณ์ธรรมดากว่าครึ่ง และความเร็วก็ไม่สูง กว่ามากนัก อีกทางเลือกหนึ่งคือต้องรอคอยอินเตอร์เฟสแบบใหม่ (อย่าง USB) ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาแก้ปัญหานี้โดยตรง

Windows Me

คุณจะคิดว่ามันเป็น Windows 98 เวอร์ชันปรับปรุ่งใหม่ก็ไม่ผิด หน้าตาและการใช้งานก็คล้ายคลึง 98 มาก แต่มีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าใช้เพิ่มเติมขึ้นมาหลายประการ เช่น ระบบ PnP สามารถตรวจจับฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ได้กว้างขวางกว่า และมี System restore ที่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะสำหรับนักเล่นที่ชอบติดตั้งฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ซอฟท์แวร์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

สำหรับคอเกม และนักเล่นมีเดีย Windows Me ก็ทำงานได้ดีมาก ใครที่มีฮาร์ดดิสก์โตๆ และแรมเยอะหน่อย ผมขอแนะนำให้อัพเกรดมาใช้ Windows Me ซะดีกว่านะ ผมเองใช้มาปีกว่าๆ แล้ว ราบรื่นดี น่าพอใจ

Wndows Xp

เป็นการประสาน Windows 98/Me เข้ากับ NT/2000 ได้อย่างลงตัวมาก คนที่ใข้ Windows 98/Me และ Windows 2000 มาก่อนจะรู้สึกคุ้ยเคยกับ Widnows Xp ตามสมควร อินเตอร์เพสได้รับการปรับปรุงใหม่น่าใข้มาก สวยกว่า Windows 98/Me และ Windows 2000 ดูนุ่มนวล เป็นสามมิติมากกว่าเดิม แถมยังสนับสนุกการทำโปร่งแสงที่ Windows 98/Me ไม่มี (แต่ Widnows 2000 มี)

เนื่องจากแกนใน หรือเคอเนลเป็น NT ที่เป็น UNIX จึงสนับสนุนมัลติทากส์กิ้งมัลติยูสเซอร์ เป็นอย่างดี สามารถจัดการแรมได้ดีว่า 98/Me มาก ทำให้ใช้แอพลิเคชัน โตๆ หลายๆ ตัวได้โดยไม่แฮงค์ ถ้าแอพลิเคชันแฮง ก็ไม่ลามปามให้ตัว Windows Xp พลอยแฮงไปด้วยอย่าง 98/Me

หลังจากทดลองใช้มาพักนึง พบว่าน่าใช้เพราะมีความเร็วและสเถียรภาพดีมากๆ แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถใช้งาน ฮาร์แวร์บางตัว ได้เต็มที่ คงต้องรอจนถึงต้นปีหน้า กว่าที่ไดร์เวอร์จากผู้ผลิตต่างๆ จะออกเวอร์ชันที่แก้ไขข้อบกพร่องได้หมดแล้ว ถึงตอนนั้น Windows Xp จะเป็นโอเอสที่น่าใช้ที่สุดครับ