บริกร
: พี่ลองดูใหม่อีกทีนะครับ บางทีตอนนี้แมลงวันมัน
อาจจะบินหนีไปจากชามของพี่แล้วก็ได้ครับ
ลูกค้าขาประจำ
: ยังเลยน้อง เนี่ยมันยังอยู่ในชามของผมอยู่เลย
บริกร
: บางทีอาจจะเป็นเพราะพี่ทานต้มยำผิดวิธีไปน่ะครับ
ลองเปลี่ยนใช้ส้อมแทนช้อนดูสิครับ อาจจะดีขึ้น
ลูกค้าขาประจำ
: ผมลองใช้ส้อมดูแล้ว แต่ไอ้เจ้าแมลงวันมันก็ยัง
ไม่ยอมไปไหนเลย
บริกร
: บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าชามที่ใช้อาจจะไม่เข้า
กันกับต้มยำก็ได้ ไม่ทราบว่าพี่ใช้ชามลักษณะแบบไหน
ทานต้มยำหรือครับ
ลูกค้าขาประจำ
: ก็ชามสำหรับใส่ต้มยำปกตินี่แหละ
บริกร
: อือม
.มันก็น่าจะใช้การได้ดีนะ สงสัยจะเป็น
ปัญหาของ configuration ซะละมั้ง,
เอ่อ
ชามมัน set up มาอย่างไรหรือครับ
ลูกค้าขาประจำ
: ก็คุณเสริฟ์มันมาบนจานรองถ้วยธรรมดา ๆนี่แหละ ,
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่มันมีแมลงวันในต้มยำของ
ผมด้วยเล่า?
บริกร
: พี่พอจะจำเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนที่พี่จะสังเกต
เห็นว่ามีแมลงวันในต้มยำของพี่ได้ไหมครับ?
ลูกค้าขาประจำ
: ผมก็นั่งลงแล้วก็สั่งต้มยำที่เป็นเมนูประจำวัน
อย่างเคย ก็เท่านั้น
บริกร
: ไม่ทราบว่าพี่เคยคิดจะ upgrade ให้มันกลายเป็น
ต้มยำแบบใหม่ล่าสุดบ้างไหมครับ?
ลูกค้าขาประจำ
: วันนึงวันนึงเนี่ย..ร้านของคุณมีต้มยำมากกว่า
หนึ่งแบบให้เลือกหรือไงฮึ!!
บริกร
: แน่นอนครับ ต้มยำของเราเปลี่ยนรูปแบบทุก ๆ
ชั่วโมงครับ
ลูกค้าขาประจำ
: อ้าวแล้วตอนนี้ ต้มยำของคุณเป็นแบบไหนแล้วล่ะ
บริกร
: ต้มยำรุ่นล่าสุดของเรา เป็นต้มยำน้ำใสใส่ใบ
กะเพรา ครับพี่
ลูกค้าขาประจำ
: เอาก็เอา ยกมาเลยน้อง ไอ้ต้มยำน้ำใสใส่ใบกะเพรา
นั่น แล้วก็เช็คบิลด้วยเลยก็แล้วกัน รีบหน่อย
เถอะน้อง ตอนนี้สายจะแย่แล้ว
[บริกรเดินจากไปครู่หนึ่ง
แล้วกลับมาพร้อมกับต้มยำอีกชามหนึ่งและบิลค่าอาหาร]
บริกร
: นี่ครับ ต้มยำที่พี่สั่ง แล้วก็นี่บิลค่าอาหาร
ครับ
ลูกค้าขาประจำ
: อ้าว ! นี่มันต้มยำไก่ใส่หัวปลีนี่
บริกร
: ครับ พอดีต้มยำน้ำใสใส่ใบกะเพรา มันยังไม่เสร็จ
ครับ พี่ทานไอ้นี่แทนไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกัน
นะครับ
ลูกค้าขาประจำ
: ช่างหัวมันเหอะถ้างั้น ผมหิวจนตาลาย อะไรมาก็
กินทั้งนั้นแหละ
[บริกรเดินจากไป]
ลูกค้าขาประจำ
: เฮ้ย!! น้อง ๆๆ คราวนี้มีแมงมุมตกอยู่ในต้มยำ
ของผมด้วย
บิลค่าอาหาร
ค่าต้มยำประจำวัน
500
ค่า Upgrade ให้เป็นต้มยำแบบล่าสุด 250
ค่าเข้ารับบริการ 100
สิบอันดับลางบอกเหตุที่ส่อเค้า
ว่าคุณซื้อคอมพิวเตอร์ซังกะบ๊วยมาใช้
10. มุมด้านล่างของหน้าจอ
มีคำว่า "จอใช้ฝึกวาดรูปสำหรับเด็ก" ติดอยู่
9. ตัวแทนที่มีชื่อเสียงของคอมพิวเตอร์ยี่ห้อนี้เป็น
"หนุ่มนิรนาม"
ที่ตลกประจำรายการทางโทรทัศน์ชอบพูดถึงอยู่บ่อย ๆ
8. เวลาจะเปิดเครื่อง
อุปกรณ์ที่คุณจำเป็นต้องใช้มีเพียงแค่สาย jumper cables กับรถยนต์ของเพื่อนที่แบดเตอรี่เต็มเปี่ยมสักคัน
7. คำขวัญของคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ก็คือ
"Pentium : redefining mathematics"
6. คู่มือการใช้เครื่อง
หนา 120 หน้า
5. เวลาคุณเปิดเครื่องทีไร
บรรดาเจ้าตูบทั้งหลายที่อยู่ละแวกบ้านของคุณ ก็จะเริ่มบรรเลงเพลงหอนโหยหวน
4. บนหน้าจอมักจะแสดงข้อความว่า
"ยังไม่ถึงเวลาพักอีกเหรอ..ตัวเอง ?"
3. เนื้อหาในหนังสือคู่มือการใช้มีอยู่เพียงประโยคเดียวเท่านั้น
:
"โชคดีเพื่อนฝูง"
2. ในเครื่องมีเพียงแค่
ชิป เดียวบรรจุอยู่ เท่านั้น
..โปเตโต้ชิป
1. เมื่อคุณตัดสินใจจัดให้คอมพิวเตอร์ของคุณ
เป็นอีกหนึ่งในบรรดาที่ทับกระดาษ ชั้นยอดในคอลเล็กชั่นที่ทับกระดาษของคุณ
เมื่อบิล เกตต์ ขึ้นสวรรค์
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อที่จู่
ๆ บิล เกตต์ ก็หยุดหายใจลาโลกใบนี้ไปเสียดื้อ ๆ
ใครต่อใครที่ตะลึงเมื่อรู้ข่าวการเสียชีวิตของเขา ยิ่งต้องตกตะลึงกันหนักเข้าไปอีก
เมื่อทราบว่า คนอย่างอีตาบิล เกตต์เนี่ย ได้ขึ้นสวรรค์กะเค้าด้วย
ตอนขึ้นไปบนสวรรค์ใหม่ๆ
เขาเดินตุหรัดตุเหร่รออยู่แถว ๆ แผนกต้อนรับของสวรรค์จะบอกให้ว่าขนาดของแผนกต้อนรับบนสวรรค์เนี่ย
เนื้อที่มันใหญ่พอๆ กับรัฐแมสซาชูเซส ของสหรัฐฯ เลยทีเดียว ผู้คนบนสวรรค์มีอยู่เป็นล้านล้าน
กินนอนกันอยู่ในเต๊นท์ วันทั้งวันไม่ต้องทำงานทำการอะไร อาหารและน้ำดื่มหรือ
ก็มีรถบรรทุกคอยลำเลียงมาประเคนให้ถึงที่
ส่วนพวกพนักงานประจำสวรรค์
ก็เดินลอยชายถือกระดานเขียนหนังสือคนละอัน ทำงานกันแบบเอื่อย ๆ อืด
ๆ ท่ามกลางพวกชาวสวรรค์เหล่านั้น เหล้ายาปลาปิ้งถูกเวียนส่งไปรอบ ๆ
บริเวณ ไอ้เรื่องการทะเลาะเบาะแว้งตีรันฟันแทงมีให้เห็นเป็นเรื่องชาชินลูกกะตา
ระบบการสุขาภิบาลในบริเวณนั้นก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ สภาพดูไม่จืดเอาเสียเลย
ว่าก็ว่าเถอะนะ มองไปมองมาสภาพของสวรรค์มันคล้าย ๆ งาน Woodstock จำแลงยังไงยังงั้น
บิล นอนอยู่ในเต๊นท์เสียสามอาทิตย์
จนกระทั่งมีพนักงานประจำสวรรค์คนหนึ่งเดินเข้ามาปรากฏตัวใกล้ ๆ เขา
พนักงานคนนี้เป็นคนหนุ่มใบหน้าปรุไปด้วยสิว อายุอานามคงอยู่ในราว ๆ
สิบเก้ายี่สิบนี่แหละ สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน ประดับด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่สีเหลือง
ว่า "TEAM PETER"
"หวัดดี"
พนักงานประจำสวรรค์คนนั้นพูดขึ้นด้วยเสียงเนือย ๆ ถ้านึกไม่ออกว่าเป็นเสียงแบบไหนก็ลองหลับตานึกถึงเสียงเจ้าหน้าที่ตามสำนักงานเขตใหญ่ๆ
สิ เสียงประมาณนั้น
"ผมชื่อ
กาเบรียล และ ผมจะมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้คุณ"
บิลล์
อ้าปากที่จะถามอะไรบางอย่าง แต่กาเบรียลขัดจังหวะเขา แล้วชิงพูดตัดหน้าว่า
"ไม่ใช่หรอก ผมมันคนละคนกันกับท่านกาเบรียล* หัวหน้าทูตสวรรค์
ผมมันก็แค่วัยรุ่นคนนึงจากฟิลาเดลเฟีย ที่บังเอิญรถคว่ำตายตอนอายุสิบเจ็ด
ก็เท่านั้น เอาละ ทีนี้บอกชื่อของคุณหน่อยสิ, เอานามสกุลก่อนนะ แต่ถ้าคุณเป็นคนจีนละก้อ
บอกชื่อตัวก่อน"
"นามสกุล
เกตต์ , ชื่อ บิลล์ ครับ "
กาเบรียลฟังแล้วก็ก้มหน้าก้มตา
หาประวัติการทำงานบนโลกมนุษย์ของบิล ในปึกกระดาษที่เหน็บอยู่กับกระดานเขียนหนังสือของเขา
บิลล์ถามกาเบรียลว่า "ที่นี่เขามีงานอะไรกันเหรอครับ?" "คนพวกนี้เขามาทำอะไรกัน"
"แล้วนักบุญปีเตอร์ไปไหน?" "ประตูไข่มุกล่ะอยู่ที่ไหน?"
กาเบรียลทำไม่รู้ไม่ชี้กับคำถามเหล่านั้น
จนกระทั่งเขาค้นเจอประวัติบันทึกของบิลล์ สีหน้าของกาเบรียลก็เปลี่ยนไปเป็นประหลาดใจ
เขาถามบิลว่า "ในบันทึกบอกว่า คุณเคยเป็นประธานบริษัทผลิตซอฟแวร์ขนาดใหญ่
จริงเหรอ?"
"อือ"
บิลล์ ตอบ
"งั้นก็ดี,ลองเอาหัวของคุณคิดเรื่องนี้ดูหน่อยเป็นไร!
ตอนที่นักบุญปีเตอร์ท่านเริ่มงานของท่านใหม่ ๆ งานมันง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
คนสมัยนั้นตายกันแค่วันละร้อยหรือราว ๆ นั้น ท่านปีเตอร์ก็เลยทำงานนี้คนเดียวได้อย่างสบาย
แต่ตอนนี้สิ บนโลกมนุษย์คนตายกันเป็นเบือ วันหนึ่ง ๆปาเข้าไปห้าล้านกว่าคนเข้าแล้ว
พระเยซูเจ้า!ตอนแรกที่พระองค์บอกให้พวกข้าพเจ้า
ออกไปทำให้คนเป็นสาวก แล้วเพิ่มจำนวนเป็นทวีคูณ พระองค์ไม่ได้บอกว่าพวกข้าพเจ้าเลยว่ามันจะเพิ่มรวดเร็วเหมือน
"กระต่าย" ออกลูก ทีนี้ก็ยุ่งละสิครับท่านผู้ชม เพราะไอ้จำนวนของประชากรมันมีมากขึ้นๆ
ทุก ๆ ชั่วโมงก็เลยมีคนตายนับเป็นหมื่น คิดแล้วในแต่ละวันนี่ คนตายมากกว่าสองแสนห้าหมื่นคน
คุณคิดว่าท่านปีเตอร์จะไปรับดวงวิญญาณคนพวกนี้ได้ทันทุกคนหรือ?"
"ผมคิดว่าคงไม่"
"มันก็แหงอยู่แล้ว
ท่านปีเตอร์ก็เลยต้องจัดสัมปทานเพื่อที่จะแจกจ่ายงานนี้ออกไป ตอนนี้ตัวท่านปีเตอร์
ก็ดำรงตำแหน่ง CEO ของ บริษัท Team Perter Enterprise จำกัด ท่านเพียงแต่นั่งประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่
แล้วก็ร่างนโยบายต่าง ๆ ในการทำงานให้พวกที่ได้รับสัมปทานอย่างผม ที่จริงจะว่าไปแล้ว
ที่กิจการนี้จะดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง ก็ต้องอาศัยคนอย่างพวกผมนี่แหละเป็นผู้ดำเนินงาน"
กาเบรียลพูดจบก็ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารของเขาต่อ
เขาเงียบไปสักพักแล้วจึงพูดต่อว่า
"เอกสารประจำตัวคุณก็ดูเรียบร้อยดีนะ แล้วคนที่มีประวัติการทำงานดี
ๆ มาอย่างคุณนี่ คงจะได้รับมอบหมายให้ทำงานเจ๋ง ๆ แน่นอน"
"มอบหมายงานให้ทำ??"
"ก็ใช่นะสิ
นี่คุณ
.คุณคิดว่าคุณจะใช้ความเป็นอมตะของคุณ นั่งเล่นนอนเล่นเป็นเบื้อแล้วก็เอาแต่เมาหัวราน้ำตลอดไปหรือไง
ไม่เอาน่าพวก ลุกขึ้นมาทำงานทำการให้มันเป็นประโยชน์หน่อย "
ว่าแล้วกาเบรียลก็ควักเอกสารที่มีสำเนาอีกสองฉบับออกมา
ยื่นให้บิลล์ลงชื่อที่ท้ายเอกสาร จากนั้นก็ฉีกสำเนาฉบับกลางออกมาส่งให้บิลล์
แล้วพูดว่า "เอาเอกสารนี้ไปยื่นที่ induction center หมายเลข
23 ไปขอพบคุณอับราฮาม เขาเป็น occupational orientator ของคุณ บิลล์ตั้งท่าจะถามคำถามแต่กาเบรียลรีบดักคอเขาว่า
"เขาไม่ใช่ท่านอับราฮามคนนั้นหรอก"
บิลล์เดินลงไปตามทางเดินที่เป็นเฉอะแฉะเป็นขี้เลน
10 ไมล์ จนเขาไปถืง induction center หมายเลขที่ 23 หลังจากคอยอยู่นานหกชั่วโมงเขาก็ได้พบกับอับราฮาม
"สวรรค์ยังล้าหลังเป็นอย่างมาก
ในด้านการสร้างฐานปฏิบัติการ สำหรับทำการประมวลผลข้อมูลต่างๆ "
อับราฮามอธิบาย "ก็อย่างที่ท่านเห็นนี่แหละ เอกสารอะไรต่อมิอะไรของเรายังต้องเขียนกันบนกระดาษกันอยู่เลย
กะอีแค่ขั้นตอนเกี่ยวกับข้อมูลของพวกที่เพิ่งจะขึ้นมาบนสวรรค์ใหม่
ๆ เนี่ย พวกเรายังต้องใช้เวลากันเป็นอาทิตย์"
"ผมต้องคอยอยู่สามอาทิตย์เชียวนะครับท่าน"
บิลล์พูดขึ้น อับราฮามเลยหันมาจ้องหน้าบิลล์เอาอย่างโกรธ ๆ บิลล์ก็มาตระหนักว่าเขาพูดจาผิดพลาดไปเสียแล้ว
ถึงแม้จะอยู่ในสวรรค์ก็เถอะ มันก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอยู่ดี ที่จะทำการต่อล้อต่อเถียง
กับบรรดาพวกข้าราชการคนใดคนหนึ่ง

|