|
สมัยนั้นผมไม่เคยคิด
หรือแม้แต่จะกล้าฝันว่า ต่อไปคอมพิวเตอร์ทั่วโลกจะต่อเชื่อมกันได้
แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ รับ-ส่งจดหมายอิเลคโทรนิคกันได้ เพราะสมัยที่ผมเล่นเครื่อง
Apple II ใหม่ๆอินเตอร์เนตยังอยู่แต่ในรั้วมหาวิทยาลัย (ในอเมริกา)
และในวงการวิจัยเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผมเปิด คอมพิวเตอร์ขึ้นมา สิ่งที่ผมจะเห็นบนหน้าจอ
ก็มีเพียงเฉพาะสิ่งที่ผมสร้างขึ้นเอง หรือสิ่งที่ผมสรรหา มาใส่เอาไว้เท่านั้น
ในขณะที่เราเล่นคอมพิวเตอร์จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาสันโดด ตัดขาดจากโลกภายนอก
อย่างแท้จริง มีแต่สิ่งที่อยู่ในหัวของเรากับสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิสก์เก็ตเท่านั้น
(สมัยนั้นยังไม่มีฮาร์ดดิสก์ สำหรับเครื่อง Apple II เสียด้วย)
แต่ผมก็แอบฝันนะครับว่าเครื่องคอมฯ
ที่ผมมีน่าจะต่อเชื่อมกับระบบคอมฯ ของธนาคารได้ ตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนจะได้ปรับปรุงได้ตลอดเวลาโดยอัตโนมัต
เมื่อผมไปเห็นคอมฯ ที่ใช้ในบริษัทขายตั๋ว เครื่องบิน ผมพบว่าเขาสามารถจองที่นั่งในเครื่องบินได้ทั่วโลก
ผมสุดแสนจะทึ่ง ได้แต่มองดูเครื่องคอมฯ วิเศษนั้นด้วยสายตายกย่องเทิดทูนเหมือนเห็นเทพเจ้าอวตารลงมายังพิภพ
ผมนึกในใจว่าบริษัทพวกนี้ ทำได้อย่างไรจึงเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายไปได้ทั่วโลก
คงใช้เงินมากมายมหาศาล มิน่าเล่า ค่าตั๋วเครื่องบินจึงแพงชมัดยาด
อยากอ่านอะไรก็มี
แต่นั้นมันสิบปีก่อนครับ
เป็นสมัยที่เพิ่งมีเครื่อง ATM ใหม่ๆ เราไปทำบัตร ATM มาได้ก็ดีใจพิลึก
แต่ไม่ค่อยกล้ากด เพราะกลัวเครื่องจะตัดยอดในบัญชีของเราผิด แต่พอมาวันนี้
ด้วยอำนาจของอินเตอร์เนต อันวิเศษ ความไฝ่ฝันลับๆ และความทึ่งในคอมฯ
ของบริษัทขายตั๋วเครื่องบิน กลายเป็นความคิดที่กระจอก งอกง่อยเหลือจะกล่าว
ทั้งหมดที่ว่ามาทำได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย แค่กดเม้าส์สองสามจึก นั่งกระดิกขาดูด
โอวเลี้ยง ครึ่งอึก ก็จะเห็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสารพัดสกุลบนหน้าจอพรืดไปหมด
ส่วนการจองตั๋ว เครื่องบิน นั้น ไม่ได้ยากไปกว่ากันเท่าไหร ผมสามารถกำหนดเที่ยวบินไปประเทศไหนก็ได้ในโลก
กำหนดที่นั่ง (และแม้แต่ประเภทของอาหาร) ที่หน้าจอพีซีของผมได้หมด
ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ แล้วแบบนี้คุณจะไม่ให้ผมหลงไหลอินเตอร์เนทอย่างหัวปักหัวปำได้ยังไง?
และยังไม่ใช่แค่นั้น
ยังมีสิ่งที่ผมไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ
เช่น ผม (และคนที่ใช้อินเตอร์เนททั่วโลก) สามารถเปิดหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
(ฉบับออนไลน์) ขึ้นมาอ่านข่าวประจำวันได้ หรือจะอ่านคอลัมน์ประจำก็มีให้อ่าน
ถ้าไม่ชอบไทยรัฐ จะอ่านเดลินิวส์ หรือฐานฯ ก็ยังได้ ถ้าไม่ชอบหนังสือพิมพ์ภาษาไทย
ก็เปิด Bangkok Post มาอ่านได้ (เว็บไซต์ของบางกอกโพสท์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเว็บไซต์หนังสือพิมพ์
ที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งในโลกอินเตอร์เนท) ถ้าไม่เอาหนังสือพิมพ์ในประเทศ
ก็มีหนังสือพิมพ์ทั่วโลกให้อ่าน สารพัดชาติ สารพัดประเทศ สารพัดภาษา
มีทั้งฟรีๆ และเก็บค่าสมาชิก เช่นวอชิงตันโพสท์ ก็นับว่าเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับออนไลน์ที่ดีเลิศอีกอันหนึ่ง
นอกจากนี้ยังมีนิตยสาร วารสาร สารพัด มากมายเหลือจะกล่าว สุดที่จะอ่านไห้หมดได้ไหว
มีทุกอย่างให้คุณเลือกตามรสนิยม แม้กระทั่งหนังสือปลุกใจเสือป่า โป๊เปลือย
เรื่องของคนชอบคุย
ในอินเตอร์เนทยังมีห้องสมุดขนาดมหึมา
ให้คุณเข้าไปคนหาหนังสือที่ต้องการได้ เช่นหอสมุดของสภาคองเกรส ซึ่งเป็นหอสมุดที่มีหนังสือมากที่สุดในโลก
ถ้าคุณต้องการจะซื้อหนังสือ (แบบกระดาษ) มาเก็บไว้อ่านเป็นสมบัติส่วนตัว
คุณก็ค้นหาได้จากเว็บไซต์ร้านหนังสือที่มีอยู่เยอะแยะ อย่างเช่นอเมซอน
ก็เป็นร้านหนังสือในอินเตอร์เนทที่มีหนังสือให้เลือกมาก จนอาจจะกล่าวได้ว่ามีทั้งนั้น
ไม่ว่าคุณจะเอาหนังสืออะไร ลองไปค้นหาดูเถอะ มักจะค้นเจอเสมอ (ยกเว้นหนังสือโบราณหายากที่ไม่มีขาย)
ต่อมาถ้าผมอยากจะชมภาพยนต์ซักเรื่องนึง
ผมสามารถเปิดเข้าไปค้นดูได้ ว่าหนังเรื่องไหนที่กำลังฉายอยู่ ในโรงหนังใกล้ๆ
บ้าน อ่านรีวิวคร่าวๆ หรือจะดูเรื่องราวโดยละเอียด ค้นข้อมูลของผู้กำกับหนัง
ดารานำแสดง ฟังดนตรีประกอบหนัง ดูภาพนิ่ง ดูหนังตัวอย่าง ผมทำได้หมด
เมื่อไปดูหนังมาแล้วติดใจ ก็ทำได้แม้กระทั่งสั่งซื้อ ซีดีเพลงประกอบภาพยนต์
สั่งซื้อของที่ละลึกสำหรับหนังเรื่องนั้น ที่ผมชอบมากและไปดูบ่อยๆ
คือข่าวคราวและ เบื้องหลัง ภาพยนต์ Star wars ตอนใหม่ที่กำลังสร้างอยู่
(ลองไปดูสิครับที่ http://www.starwars.com )
ถ้าคุณเป็นคนชอบพบปะพูดคุยกับผู้คนอินเตอร์เนตช่วยให้คุณสมหวังได้ไม่ยาก
มันช่วยนำผู้คนทั้งที่อยู่ใกล้ๆ กัน และห่างไกลกันมาพบปะกันได้ โดยไม่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติ
หรือพรมแดน มาเป็นอุปสรรค เลยซักนิด แรกๆ ก็นิยมใช้ e-mail แต่ต่อมาคนก็นิยมเล่น
IRC เพิ่มขึ้น เพราะพูดคุยกันได้สดๆ และหลังๆ นี่ก็มี ICQ ขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง
ที่สอบสนองความต้องการไปอีกแบบ เรื่องการพบปะพูดคุยในอินเตอร์เนทนี่
ผมขอพูดถึงอย่างละเอียดเสียหน่อย และข้อท้าวความไปสมัยแรกๆ ก่อนครับ
เหมือนดูหนังย้อนยุค
ผมยังจำได้เมื่อสมัยผมเล่นอินเตอร์เนทใหม่ๆ
ประมาณเมื่อสามปีก่อนลำบากยากเย็นมาก เพราะถึงแม้ตอนนั้นอินเตอร์เนต
จะมีใช้อย่างกว้างขวาง ในรั้วมหาวิทยาลัย และหน่วยงานของรัฐ แล้วก็ตาม
แต่เนื่องจากการเช่าช่องสัญญานดาวเทียม ทำโดยรวมเงินจากสถาบันต่างๆ
ซึ่งเป็นงบประมาณของรัฐ จึงนำมาใช้ทางธุรกิจไม่ได้ ผมเลยอด ต่อมา KSC
เริ่มเปิดบริการเป็น provider รายแรก (ก่อนเนคเทคเสียอีก) พอผมได้ข่าวผมก็รีบแจ้นไป
KSC ทันที เชื่อเถอะว่าผมนี่เป็นสมาชิก อินเตอร์เนทเอกชนที่ควักกระเป๋าเสียเงินเปิด
account รายแรกๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว
ขอโทษเถอะครับอินเตอร์เนตยุคแรกๆ
นี่ดูไม่จืดจริงๆ เรื่องภาพเรื่องเสียงนี่ไม่ต้องพูดถึง (เพราะไม่มี)
บนจอมีแต่ตัวหนังสือล้วนๆ เพราะการเชื่อมต่อยังไม่ได้เป็นแบบ PPP อย่างสมัยนี้
แต่เค้าใช้วิธีเชื่อมต่อแบบ terminal emulate คือจำลองพีซีของเรา ให้เสมือนว่าเป็นเทอมินัล
ของคอมพิวเตอร์โฮสต์ (ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า KSC ใช้โฮสต์แบบไหน เดาว่าคงจะเป็นเครื่องมินิ
คอมพิวเตอร์ หรือไม่ก็ server ของ SUN) แต่เวลาใช้งาน ก็ได้บรรยากาศคลาสสิกดีเหมือนกัน
เพราะรู้สึกเหมือนกับว่าพีซีของเราเป็น workstation ของเครื่องมินิฯ
ที่ใช้ UNIX เป็น OS
ใช่แล้วครับ
เมื่อ login เข้าไปได้เราจะอยู่ที่ command prompt ของ UNIX สามารถใช้คำสั่งต่างๆ
ของ UNIX ได้ทันที ผมรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นนักศึกษาที่อยู่ในแคมพัสของมหาวิทยาลัย
ที่ไหนซักแห่งหนึ่งของอเมริกา ในยุคต้นปี 70 ที่ สมัยที่ยุคทองของเครื่องพีซียังมาไม่ถึง
สมัยที่บุผผาชนยังคงจับระบำกันอยู่ที่ เอช-เฮช เบอรี่ และจาริกแสวงบุญด้วยรถตู้เพ้นท์สีเลอะเทอะไปซานโจนส์

|