คอมพิวเตอร์จะไปไหน?

ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความอยู่นี้ ตาแก่ข้างบ้านมาบอกว่า กำลังจะไปพันธ์ทิพย์ เพื่อไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้หลานสาว ที่กำลังจะขึ้นมัธยมต้น เพื่อใช้ทำการบ้าน หัดใช้เครื่อง หัดใช้โปรแกรมต่างๆ ใช้เล่นเกมเพื่อนผ่อนคลายยามว่าง หรือไว้ใช้ทำรายงานส่งครู

พอได้ยิน ผมก็นึกไปโดยอัตโนมัติเลยว่า แกกำลังจะไปซื้อเครื่องดูรอน มีแรมร้อยยี่สิบแปดเม็ก ฮาร์ดดิสก์ยี่สิบจิ๊ก มีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และแน่นนอน มีซีดีรอมความเร็วไม่ต่ำกว่าห้าสิบเท่า และการ์ดเสียงพร้อมลำโพง

จ้ะ, ค่ะ, ครับ, ที่ผมว่ามานั่นก็เป็นเครื่องพีซีพื้นๆ ที่ประชาชีนิยมใช้กันในปัจจุบัน อาจจะแตกต่างบ้างในรายละเอียด เช่น การ์ดจอแบบไหน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ออกมาแต่ต่างกันมากมายนัก กล่าวคือสุดท้ายก็มาลงเอยด้วยการใช้ Windows กันไปตามปรกติ

อันที่จริงตาแก่ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีก แม้ไม่ค่อยเป็นผลในทางปฏิบัตินัก แต่ก็สามารถทำได้จริง กล่าวคือไปซื้อเครื่องเม็กอินทอช หรือเครื่องเพาเวอร์พีซี หรือประชดชีวิตโดยหันไปซื้อเครื่องเวิรค์สเตชัน หรือเจ็บปวดที่สุดคือไปซื้อเครื่องเอ็นซีมาให้หลานสาวใช้

คุณคงจะรู้จักเครื่องเอ็นซีแล้วน่ะ ถ้าไม่รู้จักหรือนึกไม่ออกไม่เป็นไร ผมจะทบทวนความทรงจำให้เดี๋ยวนี้เลย

อันว่าเครื่องเอ็นซีนั้นเป็นคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีฮาร์ดดิสก์ ไม่มีที่เปิดให้ต่ออุปกรณ์อะไรเพิ่มเติมอีกได้ รูปร่างของมันคล้ายๆ กับเครื่องต้มกาแฟ ต้นคิดเรื่องนี้คือบริษัทซัน ไมโครซิสเต็ม ผู้ผลักดันจาวา และการใช้งานซอฟท์แวร์ ผ่านเครื่อข่ายอินเตอร์เนต ผมดูๆ แล้วเครื่องเอ็นซีนี้มันก็คล้ายๆ กับเทอร์มินอลสมัยก่อนนู้น ทำให้ชวนคิดไปว่าบริษัทซันฯ ดูจะยึดติดกับอดีตมากไปหน่อย หรือว่าแนวคิดนี้จะมีข้อดี ซึ่งก็น่าเป็นไปได้เพราะ ไมโครซอฟท์ก็กำลังทำอะไรทำนองนี้เหมือนกัน

วงการคอมพิวเตอร์ในปีสองปีข้างหน้า จะมีรูปแบบเปลี่ยนไปอย่างไร ยากที่จะบอกได้ครับ เพราะเรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอินเตอร์เนท ถ้ามันล่มเพราะโหลดมากเกินไป เครื่องเอ็นซีคงไม่ได้เกิด แต่ถ้ามีเน็ตเวิรค์อะไรที่มันแน่นหนาถาวรขึ้นมาแทนที่ รับรองได้ว่าโฉมหน้าของเครื่อง และการใช้งานคอมพิวเตอร์ จะเปลี่ยนไปจนเราจำไม่ได้