เบื้องหลังการสร้างเกม

พอ ปปส. มาจ้างให้เราทำเกม เราก็ทำพอทำเสร็จ ผมก็ลงมือเขียนบันทึกเบื้องหลังการสร้างเกม ลองอ่านดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าเบื้องหลังการสร้างเกมแต่ละเกมมันน่ากลัวขนาดไหน

 

เกมเอ็คชัน ต่อสู้ผจญภัย ต่อต้านยาเสพติด

 

ย้อนหลังกลับไปยังฤดูร้อนอันอบอ้าวของปี 93 สมัยที่ Windows 95 ยังเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ทีมงานของผม กำลังซุ่มทำเกมเอ็คชัน ต่อสู้ผจญภัย ต่อต้านยาเสพติด ชื่อเกม "ไรส์แมน อัศวินแห่งชีวิต ตอน ปราบปีศาจ ทอลลิวอีน" ในขณะนั้นเครื่องเพ็นเซี่ยมยังเป็นเพียงความฝันกลางฤดูร้อน เครื่องที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ยังเป็นเครื่องระดับ 386 มีแรมเพียง 2MB โจทย์ของผมคือต้องทำเกมเอ็คชัน มีเอนิเมชันความเร็วสูงขนาดเต็มจอ

ผมจึงเลือก ที่จะสร้างโปรแกรม โดยใช้ภาษาแอสเซมบลี้ และภาษาซี อีกทั้งการ์ดเสียงที่แทบทุกคนมีใช้กัน ดาษดื่น ในเวลานี้ ในขณะนั้น ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ก็เป็นโจทย์ ที่หิน อีกข้อหนึ่ง

เกมส่วนมากที่ไม่ใช้การ์ดเสียง เสียงที่ออกมาจะกระจอกมาก แต่ผมมองข้ามข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ไปเสีย ผมมองไปไกลลิบ ผมต้องการสร้างเสียงจริงๆ เสียงแท้ๆ ที่ทำให้เกมน่าตื่นเต้น แล้วผมก็แก้ปัญหาโดยส่งเสียงออกลำโพงพีซี ซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็น ต้องมี ฮาร์ดแวร์อะไรเพิ่มเติมเลย ก็จะได้ยินเสียงประกอบ และดนตรีที่เร้าใจ ไม่ใด้เป็นเพียงแค่เสียงบี๊บๆ แต่เป็นเสียงที่ ใกล้เคียงกับเสียง จากการ์ดเสียงราคาแพง (ในขณะนั้นแพง แต่เดี๋ยวนี้ถูกมาก) ซึ่งเป็นปรากฏการ์ณ ทางเทคนิค ที่น่าแตกตื่นมาก และยังเป็นที่โจทย์ขานกัน มาจนบัดนี้ ว่าผมใช้เทคนิคอะไร ทำไมจึงสามารถส่งเสียงที่บันทึกไว้ และเสียงดนตรี มาออกลำโพงได้พร้อมๆ กัน นับว่าเป็นการเมิน ข้อจำกัด ทางฮาร์ดแวร์ไปอย่างไม่แยแส ซึ่งสร้างผลกระทบ คำวิพากย์วิจารย์ และความตื่นตัวให้วงการ ซอฟท์แวร์ไทย อย่างกว้างขวาง

การกลับมาใหม่

หลังจากนั้นทีมสร้างซอฟท์แวร์ ก็ไปหมกมุ่นกับการสร้าง ซอฟท์แวร์ประเภท CAI (ช่วยการเรียนการสอน) และซอทฟ์แวร์ประเภทอื่นๆ อีกมาก (กรุณาพลิกดูหน้าโฆษณา ท้ายเล่ม) จนกระทั่งปีที่แล้ว ปปส. (คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด) ก็ติดต่อมาให้ผมสร้างงาน แนวเดียวกับไรส์แมนอีก

สถานะการ์ณตอนนี้แตกต่างกับตอนสร้างไรส์แมนมากทีเดียว ผมมี Windows 95 ผมมีการ์ดเสียงเต็มท้องตลาด ผมมีซีดีรอมไดร์ฟ ผมมีแรมกันคนละมากๆ (ผมมี 32 เม็ก น้องผมมีแปดเม็ก) ผมมีฮาร์ดดิสก์ขนาดมโหราฬ ผมมีเครื่อง แพนเซี่ยมความเร็วสูง ผมมีสารพัดจะมี ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่ง ซึ่งเมื่อตอนผมเริ่มเล่นคอมฯ ใหม่ๆ (สมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อน) ไม่เคยนึกฝันว่าจะมี หรือจะเป็นไปได้ขนาดนี้

แต่ไม่ใช่ว่าผมจะสบาย ไม่ใช่เลย เพราะมีเกมต่างประเทศ ของฝรั่งมั่ง ญี่ปุ่นมั่ง แห่มากันเต็มประเทศ แต่ละเกมนี่ อย่าให้เซด ทั้งภาพทั้งเสียง เล่นกันสุดๆ ว่ากันตั้งแต่สามมิติ ไปยังร้อยมิติ กระหึ่ม ถล่ม เทคนิคที่งัดมาใช้งี้สุดๆ ซึ่งคุณๆ ก็เล่นกันจนเบื่อแล้ว ขืนผมทำเกมกระจอกๆ ออกมามีหวัง โดนด่าป่นปี้ โดนประชาวิจารญ์ หรือถึงขนาดโดนรุม ประชาทัณฑ์กันเลยทีเดียว

ความหฤโหดคูณร้อย

ในเมื่อรูปการมันเป็นอย่างนี้ ทีมงานของผมก็เลยต้อง ทำงานหนักกันหน่อย เราเริ่มกันโดยออกทัวร์ไปเมืองกาญฯ เข้าไปผจญความยากลำบาก ของป่าเหมืองเต่าดำ ห้วยแม่ ระมาด ลำเขางู ภูชี้ฟ้า อยู่กันอย่างวิบาก ตกปลา นำลำห้วย ขึ้นมากิน หุงข้าวป่า หาเผือกมัน

หลังความยากลำบากคือความสบาย เรายกทีมมาเล่นสกี กันที่บึงตะโก้ แดดเผาเสียจนตัวดำทุกข์เหลือล้ำ ค่ำแล้วนอน หลับตา จากนั้นก็ผันผายไปซูริค ผจญความหนาวเหน็บกันดาร ระเห็ดไปแฟรงค์เฟริท อดน้ำปลาเหมือนคนใกล้ตาย ไปนอน หง่าว ที่ปารีส พูดคุยกับสาวปาครีเซียงแต่ไม่รู้เรื่อง ไปติดเกาะ อังกฤษกินหัวมันแทนข้าว และสุดท้ายต้องทนทุกข์ ดื่มน้ำข้าว ที่สก็อตแลนด์ (ไม่มียาร์ด)

ความระทมที่เกาะกินหัวใจผมอยู่นาน เป็นเหมือนเชื้อเพลิง ที่โหยเปลวไฟ เมื่อสาดลงไปเสียด้วยโปรเจคต์ มันก็เหมือนเอา น้ำมันเบ็นซิน มาดับไฟ ผมและทีมงานต้องหามรุ่งหามค่ำ ด้วยการเล่น เล่น และเล่น เล่นอย่างไม่ลืมหูลืมตา เล่นราวกับว่า ชาตินี้ ไม่เคยเล่นมาก่อน เป็นการเล่นที่ไม่มีได้ไม่มีเสีย เพราะไม่ใช่การพนัน ผมเล่นเกมครับ ผมเล่นสารพัดเกม ซีดีเป็นตั้ง ในซีดีหนึ่งแผ่นมีเกมเป็นสิบ ผมเล่นหมดไม่มีเหลือ พอหมดไม่มีจะเล่นผมก็ไปเดินพันธ์ทิพย์...

เริ่มปฏิบัติการอันแสนสุนทร

พอเดินพันทิพย์มากๆ เข้าก็ชักเมื่อยขา ผมก็ประกาศกับลูกทีม (ไปกันสองคน) ว่า "เอาละพวกเรา... กลับบ้านไปนอนกันดีกว่า" แล้วเราก็แยกย้ายกันไปบ้านใครบ้านมัน แล้วลงมือนอน นอนกันจนเต็มคราบ นอนกันแบบลืมตาย นอนข้ามวันข้ามคืน พอตื่นมาผมก็ฟังเพลงแจ๊ส น่าน.. เก็สต์อะกูกู เล่นเพลงของ น้าทอม โจบิม พี่เบิร์ดของเรา ชาลี ปาร์กเกอ วาดลวดลาย บีป็อบ อย่างคลุ้มคลั่ง โอ... จำท่อนโซโล่อิมโพรไหวนั่นไว้ เกลือกว่า เราอาจ ใช้มันในเกมได้ ไม่ได้ก็อบปี้ แค่ขอยืมอารมณ์และลีลามาเฉยเฉย

สรุปว่าผมทำสารพัดยกเว้นการเขียนโค้ด ผมกินข้าวมันไก่ ผมไปดูสตาร์วอร์ส (ดูครบทุกตอนหลายๆ เที่ยว) ผมกล่อมลูกนอน ผมดูทีวี ผมอาบน้ำ ผมสีฟัน อะไรทำนองนี้ เผลอแป๊บเดียว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เกือบปีแล้ว เกือบถึงกำหนดส่งแล้ว

ปปส และสถานฑูตอเมริกา
สองเจ้ามือในงานนี้

 

เลยทำใหญ่เลย

เวลามันผ่านไปเร็วจนไม่ทันตั้งตัว ผมจึงเอาใหม่ ผมรีบไปเช่า วีดีโอแนวอวกาศต่างๆ มาดู เป็นการเสริมหลัก สูตรหลังจาก สตาร์วอร์ส (เหมือนการทำ Postdoctor) ผมให้เด็กวิ่งไปซื้อ โอวเลี้ยงหน้าปากซอย มาดูดเล่น นั่งสังเกตุแมวนอน แมวเดิน แล้วผมก็บรรล ุสัจธรรมว่า ถ้าผมไม่รีบทำเกมเสียตั้งแต่บัดนี้ ผมมีหวังเกม โอเวอร์แน่ๆ

ผมเลยทำใหญ่เลย ลูกทีมของผม (มีเพียบ) รุมด่าผมใหญ่ ที่มัวชักช้า แล้วเขาก็เอาเกมที่ (แอบ) พัฒนาไว้ใกล้เสร็จ

แล้วมาให้ผมดู (บอกว่าเพื่อเป็นการ เซอร์ไพร์ส) เขาบอกว่าผม ช้าเหมือนเต่า ขี้เกียจรอ เลยลงมือ ทำไปก่อน (แล้วเพิ่งจะมา บอก) ผมก็ลองเล่นดู ตรงไหนไม่สนุก ผมก็แก้ให้ ตรงให้ที่ สนุกมาก ผมก็แก้ให้อีกเหมือนกัน (คือแก้ ให้สนุกมากขึ้น) ด้วยความที่ผมเล่นเกมมามากมาย เลยทำให้ผม มีวุฒิภาวะ สูงส่งมาก สามารถบอกได้เลยว่าอะไร ตรงไหน ดีไม่ดี ถ้าตรงไหนผมบอกว่าดี ก็แสดงว่าดีมาก ถ้าผมบอกว่า ไม่ดีก็แสดงว่าดีพอใช้ ลูกทีมของผมชอบพูดต่อหน้าเสมอๆ ว่าผมบริหารไม่เป็น แถมยังอวดเก่ง แต่ผมก็ไม่ถือสา เพราะว่าผมถืดว่าลูกทีม ของผม เค้ายังเด็กๆ กัน พูดอะไรไม่คิด ไม่เข้าใจชีวิต เล่นเกม กันมาคนละยังไม่มาก ไม่เหมือนผม ผลเล่นมามากแล้ว อิๆ

ทำเสร็จจนได้

พอทำเสร็จผมก็เอาไปส่ง ก็ได้รับคำติมามากกว่าคำชม บอกว่าช้าไปมั่ง บอกว่าเล่นไม่สนุกมั่ง ผมก็จดๆ มา แล้วเอากลับ ไปให้ลูกทีมแก้ แก้กันไป แก้กันมาหลายตลบ คราวนี้ เอาไป เสนอ ก็ได้รับคำติอีก บอกว่าเร็วไป เล่นแล้วตาลาย มั่ง ตัวพระเอกไม่หล่อมั่ง อะไรมั่งผมก็เอากลับ ไปแก้อีก ก็อย่างนี้ละครับ แก้กันไปแก้กันม าเป็นว่าเล่น

พอแก้กันมากๆ เข้า คนติชมคงจะเหนื่อยแล้ว เลยบอกว่า ใช้การได้แล้ว เป็นอันว่าเสร็จ อัดลงแผ่นซีดีรอมได้ ท่ามกลาง ความโล่งอกแบบสุดๆ ที่สุดของที่สุดสำหรับทุกๆ ฝ่าย ส่วนผมนั้นยังไม่สิ้นเวร เพราะต้องมาเขียน บทความ เบื้องหลัง นี่อีก แถมเขียนแล้วยังโดนโห่ บอกว่าสำนวน ลำพองมั่ง เขียนอะไรไม่มีสาระมั่ง เขียนได้แค่นี้ ก็บุญแล้วครับ เพราะก่อน เขียน ดวดเลือด กระทิงเสปญ แดงเถือก เข้าไปคน เดียว เกือบหมดขวด โดนหลอกว่าเป็น น้ำหวานเฮล บลูบอย (เด็กนรกผู้เศร้าหมอง)

เกมนี้นะมีรส

มีรสมีชาติครบครันจริงๆ ดูแค่พวกศตรู กับไอเท่มในเกม ก็เกินยี่สิบรสแล้ว แต่ละอันแต่ละอย่าง ถ้าทีมงานสติ ไม่แตกจริงๆ คิดออกมาไม่ได้แน่ แต่ที่แน่ๆ คือเกมนี้เหนือกว่า "ไรส์แมน" หลายสิบเท่า เพราะหลังจากผ่านมาหลายปี ข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ ได้คลี่คลาย ไปมากแล้ว จะทำเกมให้ พิศดารอย่างไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับงบประมาณ และเวลา ที่มีอยู่เท่านั้น

อันที่จริงผมกะว่า จะเขียนบทความนี้ แบบเทคนิคัลอย่างสุดๆ เลยน่ะ แต่กลัวคุณจะเบื่อแล้วผลิกผ่านไป ก็เลยเล่าแบบทีเล่น ทีจริงอย่างนี้ล่ะกัน เพราะงานสร้างเกมจริงๆ แล้วเครียดครับ ไม่ได้สนุกเหมือนอย่างเวลาเล่นหร็อก