Episode II ไม่ศักดิ์สิทธิ์

 

ทำไม Star Wars ภาคใหม่จึงไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนภาคเก่า จั่วหัวเรื่องแบบนี้ ผู้เขียนต้องระวังโดนตบ เพราะเป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักนิยมชา ณ ซอยเจริญพัฒนา

ก้อง ฤทธิ์ดี

ว่าอาจารย์ลาภลอยของเราเป็นแฟนพันธุ์อึดของมหากาพย์แห่งหมู่มวลจักรวาล Star Wars โดยพ่อยอดขมองอิ่มจอร์จ ลูคัส ว่ากันว่าอาจารย์ลาภลอยรักลุค สกายวอล์เกอร์ยิ่งกว่าลูกในไส้ เอ็นดูฮัน โซโล ยิ่งกว่าเพื่อนสนิทคนไหนๆ และแอบนิยมเจ้าหญิงเลอาจนภรรยายังหมั่นไส้ ถ้าขืนมีใครมาสบประมาทปรามาสหนังเรื่องนี้เข้า ต้องมีการสั่งสอนให้เข็ดหลาบด้วยกระบวนเพลงดาบเลเซอร์

 

แต่ไหนๆก็ไหน เมื่ออาจารย์ลาภลอยเปิดพื้นที่ให้ ผมก็ขอรับใช้ท่านผู้อ่านว่าด้วยเรื่องภาพยนตร์ (และศาสตร์ไร้สาระอื่นๆ) และก็อยากจะพูดถึงเรื่อง Star Wars เป็นอันดับแรก สืบเนื่องว่าผมเองก็เป็นแฟนสตาร์วอส์เช่นกัน และได้มีโอกาสชมภาคสองของไตรภาคแรก หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Star Wars: Episode II - Attack of the Clones ซึ่งรับชมจบแล้วเกิดความรู้สึกอึดอัดราวกับคนท้องผูก ตะขิดตะขวงใจอย่างไรบอกไม่ถูก เมื่อหนังที่เราตั้งความหวังไว้กลับขาดแคลนความขลัง ความอลังการทางอารมณ์อย่างไม่น่าเชื่อ

ผมชอบ Star Wars ไตรภาคแรกมาก (คือสามตอนที่เราดูไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว) และตื่นเต้นดีใจเมื่อลูคัสกลับมาทำ "ภาคก่อน" หรือสามเอพิโซดก่อนหน้าเรื่องราวของลุค สกายวอล์คเกอร์และดาร์ธ เวเดอร์ ตอนแรกที่เราได้ดูไปเมื่อสองปีก่อน คือ Episode I - The Phantom Menace ส่วนตอนที่สองก็คือ Attack of the Clones อีกสองปีข้างหน้าก็จะมีเอพิโซดที่สาม เป็นอันจบไตรภาค ความรู้สึกโดยรวมของผมหลังจากได้ดูทั้งเอพิโซดที่หนึ่งและสอง

เรียกได้ว่าเป็นความผิดหวังลึกๆจนเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นในใจว่า หรือถึงครามนต์เสน่ห์ของ Star Wars จะถึงอันสิ้นสุด! เอาละครับ ผมจะลองเรียบเรียงให้ฟังว่าทำไม Star Wars ภาคใหม่จึงไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนภาคเก่า ขอเอาหน้าด้านๆเสี่ยงพลังฝ่ามือของอาจารย์ลาภลอย เพื่อเสนอความคิดเห็นเล็กๆน้อยๆดังต่อไปนี้

1.โครงสร้างพื้นฐาน

ใน Star Wars สามตอนแรกสุด (คือ A New Hope, Empire Strikes Back, Return of the

Jedi) หนังมีโครงเรื่องง่ายๆที่แม้แต่เด็กดูก็พอติดตามได้ กล่าวคือมีฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมต่อสู้กัน ฝ่ายธรรมะก็คือพวกลุค สกายวอล์คเกอร์ โดยการช่วยเหลือของฮันโซโล เจ้าหญิงเลอา และบรรดากองทัพฝ่ายกบฎ ส่วนฝ่ายผู้ร้ายเรียกว่าฝ่ายจักรววรดิ มีทีมงานอันประกอบด้วย จักรพรรดิและดาร์ธ เวเดอร์ ตามหลักจิตวิทยาพื้นฐานคนเราชอบเอาใจช่วยฝ่ายที่ต่ำต้อยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขากำลังถูกรังแกโดยผู้มีอำนาจ ซึ่งนี่ก็คือเนื้อเรื่องของ Star Wars เราต้องการเห็นความดีกลับมาเอาชนะความชั่ว (หรือประชาธิปไตยเอาชนะเผด็จการ) การลุ้นเป็นกำลังใจให้ฝ่ายลุคจึงสนุกสนานยิ่งนัก

คราวนี้มาดูไตรภาคใหม่ คือ Phantom Menace กับ Attack of the Clones โครงสร้างของเรื่องคราวนี้กลับตาลปัตร เพราะฝ่ายพระเอก คือพวกเจได เป็นผู้ที่มีอำนาจปกครองบ้านเมือง ส่วนฝ่ายผู้ร้ายเป็นชนกลุ่มน้อยที่กำลังฟูมฟักความชั่วช้าของตัวเองอยู่ เพราะฉะนั้นการเอาใจช่วยจึงไม่สนุกเท่า เพราะพระเอกเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าทุกประตู คิดตามทันไหมครับ? นอกจากนี้พล๊อทของสองภาคใหม่ยังซับซ้อน มีหลายฝักหลายฝ่าย มีการประชุมสภาผู้แทน มีการเจรจาลับหลัง มีเรื่องสัมปทานการค้า เรื่องการลงมติ และอื่นๆ อย่างนี้เด็กจะดูสนุกได้อย่างไรเพราะหนังต้องเล่ารายละเอียดเหล่านี้ให้ครบ

2.ใครคือผู้ร้าย?

นี่คือประเด็นสำคัญในการสร้าง Drama ของบทภาพยนตร์ ถ้าคุณจำได้ ตัวละครหลักตัวแรกที่ปรากฎร่างใน Star Wars ภาคแรกเมื่อปี 1977 คือดาร์ธ เวเดอร์ ร่างดำทมึนในผ้าคลุมยาวกับหน้ากากโลหะวาวและเสียงลมหายใจอีเล็คทรอนิคส์ เดินฝ่ากลุ่มควันท่ามกลางการยิงปะทะกันในยานอวกาศ นั่นแหละครับ ภาพที่ฝังใจแฟนหนังทั่วโลก ดาร์ธ เวเดอร์เป็นตัวละครที่น่าสะพรึงกลัว มีเอกลักษณ์ และมีอิทธิพลต่อจิตใจของคนดูมากที่สุด มากยิ่งกว่าฝ่ายพระเอกเสียอีก ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฉากหรือไม่ การกระทำแทบทุกอย่างในหนังมีส่วนอ้างอิงถึงเขา ราวกับเงามรณะใต้ผ้าคลุมนั้นแผ่ปกคลุมตังละครทุกตัว หรือแม้แต่ฐานบัญชาการของฝ่ายจักรวรรดิ ที่เรียกว่า Death Star แค่เห็นก็หนาวแล้ว

แต่มาในภาคใหม่ ไม่มีดาร์ธ เวเดอร์ (เพราะยังเป็นอนาคิน สกายวอล์คเกอร์อยู่) ไม่มี Death Star และลูคัสก็ไม่มีตัวผู้ร้ายที่ทั้งเท่ห์ทั้งน่ากลัวมาทดแทนที่ว่าง หนังจึงขาดความสมดุลย์ ใน Phantom Menace มีการวางตัวดาร์ธ โมล ซึ่งก็ไม่มีพลังเหมือนดาร์ธ เวเดอร์ แถมตายง่ายอีกต่างหาก ส่วนใน Attack of the Clones ยิ่งแย่ เพราะกว่าผู้ร้ายจะปรากฎตัวก็กว่าครึ่งเรื่อง แถมยังไม่ได้โชว์ความโหดเหี้ยมอะไรซักเท่าไหร่

3.ฮันโซโล, C3PO และ R2D2

ในไตรภาคแรก นักค้าของเถื่อนข้ามแกแลคซี่นามว่า ฮันโซโล (แสดงโดยแฮริสัส ฟอร์ด) เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากที่สุด ทั้งความยียวน ความตลกโปกฮา และความกล้าหาญในยามคับขัน เรียกภาษาสมัยใหม่ว่าจ๊าบมาก เป็นทั้งนักบิน นักรัก กวนตีนอีกต่างหาก และอย่าลืมว่าฮันโซโลเป็นแฟนของเจ้าหญิงเลอา เขาจึงมีโอกาสแสดงบทโรแมนติค รวมทั้งบทน่ารักน่าชังกุ๊กกิ๊ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Empire Strikes Back ผู้เชี่ยวชาญบางสำนักถึงกับบอกว่าเป็นบทเข้าพระเข้านางสไตล์พ่อแง่แม่งอนราวกับดาราอมตะฮัมฟรีย์ โบการ์ทของฮอลลีวู้ดยุค 1950

ส่วนหุ่นยนตร์สองตัว C3PO กับ R2D2 ผมมองว่าเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ (innocence) ของลูคัส ความป้ำเป๋อของ C3PO และความมีระบบระเบียบราวกับเด็กเรียนของ R2 ทำให้ทั้งคู่เป็นเสมือนเด็กสองคนที่ขอติดตามผู้ใหญ่ออกไปร่วมผจญภัยด้วย จะบอกว่าเรื่องราวใน Star Wars ถูกถ่ายทอดจากมุมมองของสองหุ่นยนตร์นี้ก็พอจะว่าได้ มาในภาคใหม่ ไม่มีฮันโซโล และไม่มีตัวละครใดที่จะมีเสน่ห์เท่าเขา ส่วน C3PO กับ R2D2 ก็แทบไม่เหลือบทบาท และเช่นกัน ไม่มีหุ่นตัวอื่นมาเป็นเติมช่องว่างที่เกิดขึ้น

4.ตัวละครใหม

สืบเนื่องจากประเด็นที่แล้ว ในภาคใหม่ลูคัสไม่สามารถสร้างตัวใหม่ที่มีเอกลักษณ์ หรือเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆได้เลย ในไตรภาคดั้งเดิม มีตัวประกอบมากมายที่น่าสนใจ ตั้งแต่ C3PO, R2D2 นักล่าค่าหัว โบบา เฟตต์ คางคกทะเลทรายจั๊บบ้า เดอะ ฮัตต์ หรือแม้แต่ทหาร Stormtrooper เองก็ดีไซน์ออกมาได้อย่างมีสไตล์ จึงเป็นที่น่าประหลาดใจว่าทำไมตอนนี้ลูคัสจึงไม่สามารถสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจใหม่ในตัวละครของเขาได้เลย ใน Phantpm Menace มีเพียงกบเร๊กเก้ จาร์จาร์บิ๊งค์ ที่เพิ่มเข้ามา แต่กลับกลายเป็นว่ามีแต่คนรำคาญหมั่นไส้สำเนียงและท่าทางประหลาดของสัตว์ตัวนี้ ถึงกับมีการบอกว่าลูคัสควรจะถีบส่งไม่ให้แสลนเข้ามาในจอให้ผู้ชมเห็นอีก ส่วนทหารของฝ่ายผู้ร้าย กลับไม่ใช่นักรบในเกราะขาว Stormtrooper แต่เป็นหุ่น droid ผอมกะหร่อง ไม่ได้มีสง่าราศีอะไรเลยสักนิดเดียว

5.ความอบอุ่นเป็นกันเอง

อันนี้แทบไม่ต้องสาธยายมาก Star Wars ภาคใหม่ไม่มีความอบอุ่นเป็นกันเอง หนังมีแต่ความยิ่งใหญ่ มีฉากมโหฬารสุดลูกหูลูกตา แต่หนังกลับไม่ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดตัวละคร กลับดูแข็งๆเกร็งๆ ไม่มีชีวิตชีวา บทพูดก็เนิบๆ เป็นการเล่าเรื่องและแทบไม่มีการล้อเล่น

จะโทษใครดีแบบนี้? อย่างแรกก็คือบทที่หมกมุ่นกับการเล่า เล่า เล่า อีกอย่างก็คือตัวผู้กำกับลูคัส ที่ไม่สามารถเป่าชีวิตให้หนังได้ ผู้เชี่ยวชาญตะวันตก (หรือไทยก็ตาม) ต่างยกให้ Empire Strikes Back หรือเอพพิโซดห้า เป็น Star Wars ที่ลงตัวที่สุดทั้งในด้านตัวละคร อารมณ์ และจุดคลี่คลาย ถ้าคุณจำได้ภาคนั้นเป็นภาคที่ ลูคัสไม่ได้เป็นคนกำกับ คื่อเขาเป็นคนควบคุมงานสร้างแต่จ้างคนอื่นมากำกับ น่าตลกที่หนังกลับออกมาดีซะนี่

เอาแค่พอหอมปากหอมคอก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวจะโดนตบจริงๆไม่ใช่อะไรหรอก ถ้ามีความคิดเห็นเพิ่มเติมใดๆ กรุณาส่งผ่านอาจารย์ลาภลอยมาได้ทุกเมื่อ ขอให้สนุกกับการชมภาพยนตร์ครับ