เดิมคอมพิวเตอร์ที่คิดสร้างล้วนเป็นแบบอานาลอก
จนกระทั้งปี ค.ศ. 1961นาสาเซ็นสัญญาว่าจ้างให้ MIT ศึกษาความเป็นไปได้
ที่จะพัฒนาดิจิตอลคอมพิวเตอร์สำหรับโครงการอพอลโล
การจะสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก
ในสมัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการพัฒนา IC เพิ่งจะเริ่มมาไม่นาน
มีแค่วงจรตรรกะง่ายๆ อย่างไอซีที่มี AND เกต ข้างในสองชุด แต่ราคาแพงอย่างยิ่ง
ยกตัวอย่างเช่น บริษัท เท็กซัสอินสตรูเม้นท์ ขายวงจรดังกล่าวให้กองทัพในราคาตัวละสี่หมื่นบาท
และเช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ ความยากของโครงการไม่แสดงตัวออกมาจะกระทั่งลงมือทำไปมากแล้ว
ถึงขนาดที่ เอลดอน ฮอลด์ หัวหน้าโครงการได้เขียนไว้ในบันทึกว่า ถ้ารู้ว่ามันยากขนาดนี้คงบอกปัดไปแล้ว
โดยจะให้เหตุผลว่าไม่มีทางทำได้ เนื่องจากเทคโนโลยีในขณะนั้นไม่เอื้ออำนวย
แต่ถึงกระนั้นโครงการก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อย
ส่วนมากจะเป็นการสร้างซอฟท์แวร์สำหรับเครื่องใหญ่ เพื่อจำลองสถานการณ์และฝีกบิน
ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมการผลิตไอซี ก็ก้าวหน้าไปเร็วพอที่จะทำให้ตัวชิปมีฟังชันซับซ้อนขึ้น
การทำงานเชื่อถือได้มากกว่าเดิม และราคาก็ปรับตัวลดลงมามาก ในปี 1964
เมื่อโครงการเริ่มจัดซื้อไอซี (เป็นชิพ NOR เกต) ปรากฏว่าราคาตกลงมาเหลือเพียงตัวละหนึ่งพันบาท
ฮาร์ดแวร์ของ
AGC มีส่วนประกอบหลักหกส่วนดังนี้
1. หน่วยจ่ายพลังงาน
: เพาเวอร์ซับพลายทำหน้าที่รับไฟกระแสตรงตรง 26 โวลท์ จากยานอวกาศ
มาแปลงเป็นไฟ 13 เพื่อจ่ายให้ส่วน DSKY และ 3 โวลต์สำหรับวงจรตรรกะ
และวงจรสร้างสัญญาณนาฬิกา ในช่วง สแตนบาย ไฟจะหยุดเลี้ยง DSKY คงมีเฉพาะไฟ
3 โวลต์จ่ายให้วงจรตรรกะ ซึ่งจะลดการสูญเสียได้ประมาณ 100 วัตต์
2. หน่วยรับข้อมูล
: ประกอบด้วยรีจิสเตอร์สี่ตัว ทำหน้าที่รับข้อมูลจากอุปกรณ์นำร่อง
รับข้อมูลจากศูนย์ควบคุมที่โลก ("อัพลิงค์") รับข้อมูลจากแป้นพิมพ์
รับข้อมูลจากตัว CPU เองที่จะส่งออกมาเมื่อมีความผิดพลาดที่หน่วยความจำ
3. หน่วยส่งข้อมูล
: ประกอบด้วยรีจิสเตอร์สี่ตัวเช่นเดียวกับหน่วยรับ ทำหน้าที่ส่งสัญญาณสื่อสารกับนักบิน
และอุปกรณ์ต่างๆ ในยานอวกาศ และส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมที่โลกผ่านคลื่นวิทยุ
4. หน่วยประมวลผลกลาง
: เป็นส่วนบรรจุวงจรตรรกะ และรีจิสเตอร์ที่ทำให้โปรแกรมทำงานได้
โปรแกรมจะถูกนำเข้ามาทำงานตามลำดับโดยวงจรควบคุมลำดับ
|