เร่งความเร็วอินเทอร์เน็ต
ด้วยการปรับแต่งพอร์ทสื่อสาร
(หน้าสอง ทั้งหมดมีสามหน้า)

: : ความรู้เรื่องพอร์ทสื่อสาร : วิธีปรับแต่งพอร์ทสื่อสาร : เรื่องของ Flow control : รู้จักกับตัวพักข้อมูลแบบ FIFO : :

การปรับแต่งตัวพักข้อมูล

การกำหนดค่าตัวพักข้อมูลอย่างไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดความผิดปรกติในการสื่อสารข้อมูล ถ้าขณะใช้อินเทอร์เน็ตแล้วเกิดปัญหาดังรายการข้างล่าง คุณอาจแก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนค่าของตัวพักข้อมูล

1. เกิดการทำงานผิดพลาดขณะรับส่งแฟ้ม
2. ชอบหลุดขณะดาวน์โหลด
3. ข้อมูลที่ได้รับมาเสียหาย
4. โปรแกรมอื่นๆ ที่วิ่งอยู่มีอาการกระตุกขณะรับส่งแฟ้ม
5. ประสิทธิภาพของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตลดลง

ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำในการปรับแต่งตัวพักข้อมูล ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ตัวพักข้อมูลภาครับ และตัวพักข้อมูลภาคส่ง

 

การปรับแต่งตัวพักข้อมูลภาครับ

เมื่อกดปุ่ม Advanced… ซึ่งอยู่ใน Communication Port (COM) Properties แท็ป Port Settings คุณจะเห็นกรอบข้อความ Advanced Port Settings ให้ดูที่แถบเลื่อนในหัวข้อ Receive Buffer ทางซ้ายจะเป็น Low (1) และทางขวาสุดจะเป็น High (14) การปรับจะทำได้แค่สี่ระดับคือ 1, 4, 8 และ 14 ไบต์ ค่าที่กำหนดไว้ตอนแรกจะเป็น 8 ไบต์ ซึ่งพอเหมาะกับสถานการณ์ทั่วไป การกำหนดไว้ที่ 14 ไบต์ แม้จะทำให้ที่พักข้อมูลรองรับข้อมูลได้มากกว่า แต่ UART ก็อาจทำงานไม่ทัน ทำให้ข้อมูลที่มาใหม่ทับข้อมูลเก่า ซึ่งจะทำให้ข้อมูลบางส่วนหายไป แต่ถ้าคุณลดขนาดตัวพักข้อมูลลง ก็จะทำให้ตัวพักข้อมูลเต็มเร็วขึ้น UART จะสื่อสารกับซีพียูบ่อยขึ้น ทำให้ UART มีเวลาสื่อสารกับโมเด็มน้อยลง ความเร็วของการใช้อินเทอร์เน็ตจะลดลง

การปรับแต่งตัวพักข้อมูลภาคส่ง

เมื่อกดปุ่ม Advanced… ซึ่งอยู่ใน Communication Port (COM) Properties แท็ป Port Settings คุณจะเห็นกรอบข้อความ Advanced Port Settings ให้ดูที่แถบเลื่อนในหัวข้อ Transmit Buffer ทางซ้ายจะเป็น Low (1) และทางขวาสุดจะเป็น High (16) การปรับจะทำได้แค่สี่ระดับคือ 1, 6, 11 และ 16 ไบต์ ค่าที่กำหนดไว้ตอนแรกจะเป็น 16 ไบต์ ซึ่งพอเหมาะกับสถานการณ์ทั่วไป แต่ถ้าคุณมักเจอปัญหาตอนตอนอัพโหลดแฟ้มข้อมูล ให้ลดค่านี้ลง ซึ่งจะทำให้ทำให้ขนาดของที่พักข้อมูลภาคส่งเล็กลง UART จะสื่อสารกับซีพียูบ่อยขึ้น ทำให้มันมีเวลาสื่อสารกับโมเด็มน้อยลง ความเร็วของการส่งข้อมูลออกไปก็จะต่ำลงด้วย


นี่แหละครับเทคนิคการปรับแต่งพอร์ทสื่อสาร เพื่อที่จะทำให้คุณใช้ประโยชน์จากโมเด็มของคุณได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าคุณมีข้อสงสัย หรือมีความเห็นใดๆ ก็เขียนคำถามไว้ในหัวข้อ "คุณเขียนมา" ผมจะตอบเป็นการส่วนตัวทุกข้อความเลยครับ


 

เกร็ดเกี่ยวกับโมเด็มและอินเทอร์เน็ต


โมเด็มธรรมดากับวินโมเด็ม : ปัจจุบันมีโมเด็ม 56K สองแบบในท้องตลาด คือโมเด็มธรรมดา กับวินโมเด็ม โมเด็มธรรมดาจะมีตัวประมวลผลและวงจรเชื่อมต่อสายโทรศัพท์อยู่ภายใน ส่วนวินโมเด็มจะมีเฉพาะวงจรเชื่อมต่อสายโทรศัพท์ ไม่มีตัวประมวลผล มันจะใช้คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครื่องพีซีเป็นตัวประมวลผลแทน ข้อดีของวินโมเด็มคือมีราคาถูกกว่ามาก แต่มีข้อเสียคือขณะที่กำลังเล่นอินเทอร์เน็ต ถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างอื่นไปด้วยพร้อมๆ กัน ความเร็วของโมเด็มจะตกลง ดังนั้นโมเด็มธรรมดาจึงมีประสิทธิภาพสูงกว่าวินโมเด็ม เพราะตัวประมวลผลที่อยู่ภายในโมเด็มถูกออกแบบมาสำหรับการสื่อสารโดยเฉพาะ จึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า ผมจึงขอแนะนำให้ใช้โมเด็มธรรมดาจะดีว่า แม้จะต้องจ่ายแพงแต่ก็คุ้ม


โมเด็มหมุนเบอร์เร็วกว่าเดิม : ทำได้โดยส่งคำสั่งไปสั่งการโมเด็มก่อนมันเริ่มทำงาน คำสั่งที่ว่านี่ก็คือ ATS11=50 คำสั่งนี้จะทำให้การส่งเสียงโทนเพื่อหมุนโทรศัพท์มีความเร็วมากกว่าปรกติ แต่ยังอยู่ในระดับที่ระบบโทรศัพท์ยังรองรับการทำงานได้ วิธีทำคือ

1. กดปุ่ม Start เลือก Control Panel
2. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนโมเด็ม
3. เลือกโมเด็มจากรายการ
4. กดปุ่ม Properties
5. คลิกแท็ป Connection
6. คลิกปุ่ม Advanced…
7. จะเห็นกรอบ Advanced Connection Settings ในช่อง Extra settings ให้พิมพ์ S11=50
มีข้อควรสังเกตสองประการ หนึ่ง คุณไม่จำเป็นต้องพิมพ์ AT เพราะมันอยู่ในชุดคำสั่งของโมเด็มอยู่แล้ว สอง ถ้าในช่อง Extra settings มีข้อความอยู่แล้วให้ต่อคำสั่งโดยขั้นด้วยเคาะวรรคหนึ่งเคาะครับ

แก้ปัญหาดาวน์โหลดแล้วหลุด : คุณเคยดาวน์โหลดแฟ้มโตๆ จากอินเทอร์เน็ต รอเป็นชั่วโมงแล้วหลุดกลางคัน ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่หรือไม่ ถ้าเคยขอแนะนำให้ใช้โปรแกรม Getright ที่จะช่วยให้คุณดาวน์โหลดต่อจากที่ค้างไว้ได้โดยไม่ต้องมาเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น อีกโปรแกรมหนึ่งที่ดีมากคือ Download accelerator Plus ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดได้ เพราะใช้อัลกอริทึมแบบมัลติเธรดที่จะทำให้การดาวน์โหลดแฟ้มโตๆ ได้รวดเร็วขึ้น และมีคุณสมบัติดาวน์โหลดต่อจากที่ค้างไว้เช่นเดียวกับ Getright ด้วย