เทคนิคการระบายความร้อนที่ใช้กันเมื่อยี่สิบปีก่อนจึงกลับมาอีกครั้ง
นักดัดแปลงบางคนเอาอย่าง เคลย์ คือจับพีซีใส่ไว้ในตู้เย็นเสียเลย วีธีนี้มีข้อดีคือซีพียูจะเย็นเกือบเป็นน้ำแข็ง
ส่วนข้อเสียคือปัญหาเรื่องการกลั่นตัวของน้ำ นักดัดแปลงบางคนก็เอาแบบแมนเฟรม
คือระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งได้ผลดี แต่ก็มีข้อเสียคือถ้ารั่ว เครื่องพีซีมีสิทธิกลายเป็นตู้ปลาไปได้ง่ายๆ
ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของทั้งสองวิธีคือปั๊มส่งเสียงดังน่ารำคาญ
สาเหตุที่ทำให้คอมพิวเตอร์ร้อน
เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมเอง
แม้จะไม่ได้โอเวอร์คล็อก แต่ก็ร้อนน่าดูเพราะมีอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในตู้เยอะครับ
อาธิ
1. ซีพียู : เพ็นเทียมทรี 733 แม้จะเป็นซีพียูตัวเก่า แถมมีพัดลมกับฮีตซิงค์ระบายความร้อนอยู่แล้ว
แต่ก็ยังร้อนเอาการ เป็นแหล่งกำเนิดความร้อนตัวสำคัญ
2. การ์ดจอ
: Asus 7700 เป็นการ์ดเร่งความเร็วสามมิติ อันนี้ก็มีพัดลมและฮีตซิงค์ระบายความร้อนอยู่ด้วยเช่นกัน
ตัวนี้ร้อนน้องๆ เตารีด
3. การ์ด
PCI : มีอยู่เต็มครบทุกสล็อต
4. ฮาร์ดดิสก์
: อย่าประมาทฮาร์ดดิสก์เป็นอันขาด ผมมีฮาร์ดดิสก์สองตัว ร้อนจนจับไม่ได้
5. ซีดีรอม
: ผมมีซีดีไรเตอร์หนึ่งตัว และดีวีดีไดร์ฟหนึ่งตัว สะสมความร้อนดีไม่หยอก
อุณหภูมิภายในตู้
หรืออุณหภูมิของเมนบอร์ด ในอุดมคติควรจะร้อนไม่เกินห้าองศาเมื่อเทียบกับอุณหภูมิห้อง
ห้องของผมอุณหภูมิปรกติอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิภายในตู้ก็น่าจะอยู่ที่
35 องศา แต่ปรากฏว่า อุณหภูมิภายในตู้กลับสูงถึง 45 องศา อย่างนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องเป็นมงคลแล้ว
ถ้าต้องการจะตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีอุณหภูมิเท่าใด
ก็ทำได้โดยใช้ซอฟท์แวร์ชื่อ Hardware sensors monitor (http://www.hmonitor.f2s.com/product.html)
มีหลายเวอร์ชันหลายแบบ ทำงานได้ทั้ง Windows 98/Me/Xp และ 2000 ผมเองใช้เวอร์ชัน
3.2.3.1 Pro ถ้าคุณไปดาวน์โหลดตอนนี้น่าจะเป็นเวอร์ชันสี่ โปรแกรมนี้จะอ่านสถานะมาจากฮาร์ดแวร์
ผ่านทางไบออส แล้วแสดงผลออกมาให้เราดู
ปัญหาที่เกิดจากความร้อนมีดังนี้
1. อายุสั้น
: อุปกรณ์สารกึงตัวนำทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะซีพียู จะอายุสั้นลงครึ่งหนึ่งทุกๆ
10 องศาที่เพิ่มขึ้นมา
2. ขาดเสถียรภาพ
: คอมพิวเตอร์ทำตัวไม่น่าไว้วางใจ ไม่คงเส้นคงวา บางทีใช้งานอยู่ดีๆ
ก็หยุดทางานไปซะดื้อๆ
3. ฮาร์ดดิสก์รวน
: ส่งเสียงครืดๆ แล้วหมดสติ หรือไม่ก็เขียนเซคเตอร์เสียเพียบ
|