ลดความร้อน-เพิ่มประสิทธิภาพให้คอมพิวเตอร์

ด้วยวิธีง่ายๆ สไตล์ลาภลอย

หากอุณหภูมิภายในคอมพิวเตอร์ของคุณสูงกว่า 40 องศา แสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณกำลังแย่แล้ว แต่ไม่ต้องตกใจ ผมจะสอนวิธีแก้ไขให้ เป็นการระบายความร้อนด้วยอากาศ จึงไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำรั่วหรือปั๊มส่งเสียงดัง ทำง่าย ประหยัดเงิน งบไม่เกินสามร้อยบาท แจ้งเตือนภาวะวิกฤติ และตรวจสอบการทำงานได้ด้วยซอฟท์แวร์โดยอัตโนมัติ

พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร CHIP ฉบับปฐมฤกษ์

 

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานด้วยความเร็วระดับเม็กกะฟล็อป เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 คือเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เคลย์วัน (www.cray.com) เมื่อทดสอบก็เจอปัญหาเรื่องความร้อนทันที วิศวกรแก้ปัญหาโดยใช้ระบบระบายความร้อนแบบกาซฟรีออน อย่างเดียวกับที่ใช้ในตู้เย็น ส่วนเครื่องที่มีความเร็วต่ำกว่า อย่างแมนแฟรมของ ไอบีเอ็ม ใช้วิธีระบายความร้อนด้วยน้ำ

เวลาผ่านไปแค่ยี่สิบกว่าปี คอมพิวเตอร์ที่ใช้ตามบ้านกลายเป็นเครื่องที่มีความเร็วพอๆ กับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ปัญหาเรื่องความร้อนจึงเกิดขึ้น ยิ่งเครื่องแต่งแรงพิเศษ (โอเวอร์คล็อก) จะร้อนจัดกว่าเครื่องทั่วไป หากระบายความร้อนไม่ดี ก็จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานผิดปรกติ หรือเสื่อมสภาพได้

เทคนิคการระบายความร้อนที่ใช้กันเมื่อยี่สิบปีก่อนจึงกลับมาอีกครั้ง นักดัดแปลงบางคนเอาอย่าง เคลย์ คือจับพีซีใส่ไว้ในตู้เย็นเสียเลย วีธีนี้มีข้อดีคือซีพียูจะเย็นเกือบเป็นน้ำแข็ง ส่วนข้อเสียคือปัญหาเรื่องการกลั่นตัวของน้ำ นักดัดแปลงบางคนก็เอาแบบแมนเฟรม คือระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งได้ผลดี แต่ก็มีข้อเสียคือถ้ารั่ว เครื่องพีซีมีสิทธิกลายเป็นตู้ปลาไปได้ง่ายๆ ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของทั้งสองวิธีคือปั๊มส่งเสียงดังน่ารำคาญ

สาเหตุที่ทำให้คอมพิวเตอร์ร้อน

เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมเอง แม้จะไม่ได้โอเวอร์คล็อก แต่ก็ร้อนน่าดูเพราะมีอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในตู้เยอะครับ อาธิ


1. ซีพียู : เพ็นเทียมทรี 733 แม้จะเป็นซีพียูตัวเก่า แถมมีพัดลมกับฮีตซิงค์ระบายความร้อนอยู่แล้ว แต่ก็ยังร้อนเอาการ เป็นแหล่งกำเนิดความร้อนตัวสำคัญ

2. การ์ดจอ : Asus 7700 เป็นการ์ดเร่งความเร็วสามมิติ อันนี้ก็มีพัดลมและฮีตซิงค์ระบายความร้อนอยู่ด้วยเช่นกัน ตัวนี้ร้อนน้องๆ เตารีด

3. การ์ด PCI : มีอยู่เต็มครบทุกสล็อต

4. ฮาร์ดดิสก์ : อย่าประมาทฮาร์ดดิสก์เป็นอันขาด ผมมีฮาร์ดดิสก์สองตัว ร้อนจนจับไม่ได้

5. ซีดีรอม : ผมมีซีดีไรเตอร์หนึ่งตัว และดีวีดีไดร์ฟหนึ่งตัว สะสมความร้อนดีไม่หยอก

อุณหภูมิภายในตู้ หรืออุณหภูมิของเมนบอร์ด ในอุดมคติควรจะร้อนไม่เกินห้าองศาเมื่อเทียบกับอุณหภูมิห้อง ห้องของผมอุณหภูมิปรกติอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิภายในตู้ก็น่าจะอยู่ที่ 35 องศา แต่ปรากฏว่า อุณหภูมิภายในตู้กลับสูงถึง 45 องศา อย่างนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องเป็นมงคลแล้ว

ถ้าต้องการจะตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีอุณหภูมิเท่าใด ก็ทำได้โดยใช้ซอฟท์แวร์ชื่อ Hardware sensors monitor (http://www.hmonitor.f2s.com/product.html) มีหลายเวอร์ชันหลายแบบ ทำงานได้ทั้ง Windows 98/Me/Xp และ 2000 ผมเองใช้เวอร์ชัน 3.2.3.1 Pro ถ้าคุณไปดาวน์โหลดตอนนี้น่าจะเป็นเวอร์ชันสี่ โปรแกรมนี้จะอ่านสถานะมาจากฮาร์ดแวร์ ผ่านทางไบออส แล้วแสดงผลออกมาให้เราดู

ปัญหาที่เกิดจากความร้อนมีดังนี้

1. อายุสั้น : อุปกรณ์สารกึงตัวนำทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะซีพียู จะอายุสั้นลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 10 องศาที่เพิ่มขึ้นมา

2. ขาดเสถียรภาพ : คอมพิวเตอร์ทำตัวไม่น่าไว้วางใจ ไม่คงเส้นคงวา บางทีใช้งานอยู่ดีๆ ก็หยุดทางานไปซะดื้อๆ

3. ฮาร์ดดิสก์รวน : ส่งเสียงครืดๆ แล้วหมดสติ หรือไม่ก็เขียนเซคเตอร์เสียเพียบ

พัดลมแบบติดในช่องไดร์ฟหน้าเคส

 

ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีอาการดังกล่าวมา หรือมีอุปกรณ์ติดตั้งไว้ภายในมาก หรือวิ่งโปรแกรม Hardware sensors monitor แล้วมันฟ้องว่าร้อนกว่า 40 องศา แสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณกำลังแย่แล้วครับ แต่ไม่ต้องตกใจ ผมจะสอนวิธีแก้ไขง่ายๆ ให้ คนความรู้น้อยอย่างนายลาภลอย สมองกิ๊กก็อก ทำอะไรซับซ้อนยุ่งยากไม่เป็นอยู่แล้ว ผมจะใช้วิธีระบายความร้อนด้วยอากาศ โดยจะทำสองจุดดังน

ี้1. เอาความร้อนไปทิ้ง : สูบอากาศร้อนออกไปนอกตู้ ให้อากาศเย็นเข้ามาแทนที่

2. เป่าความร้อนให้กระจาย : สร้างการหมุนเวียนของอากาศภายในตู้ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว ความร้อนได้รับการถ่ายเท และอากาศเย็นถูกแจกจ่ายไปรอบๆ

เอาความร้อนไปทิ้ง

พีซีทุกเครื่องจะมีพัดลมอยู่แล้ว อยู่ในกล่องเพาเวอร์ซัพพลายหลังเครื่อง ทำหน้าที่ดูดอากาศร้อนออกมาจากตู้ แต่ปัญหาคืออากาศเย็นข้างนอกเข้าไปได้น้อย เพราะตู้เป็นระบบปิด มีแค่รูอากาศเข้าเล็กๆ ความร้อนจึงสะสม เพราะอากาศไม่ไหลเวียน ทางแก้ง่ายๆ คือใช้พัดลมดูดอากาศหนึ่งตัวติดเข้าไปในทิศทางตรงกันข้าม คนที่ออกแบบตู้เขาเผื่อตรงนี้ไว้แล้วครับ จึงสร้างจุดที่เหมาะแก่การติดตั้งมาให้ เป็นบริเวณในตู้ส่วนล่างด้านหน้า วิธีทำให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ถอดสายไฟหลังเครื่องออกให้หมด

2. เปิดฝาตู้ออกมา

3. หาตำแหน่งที่จะติดตั้งพัดลม ถ้าคุณวางตู้ให้ด้านหน้าอยู่ทางขวามือ คุณจะพบว่ามุมล่างด้านหน้าจะมีรูที่เจาะไว้สำหรับติดพัดลมโดยเฉพาะ เป็นรูถี่ๆ เยอะแยะเหมือนตะแกรง ลำโพงก็จะอยู่ใกล้ๆ บริเวณนี้

ภาพแสดงตำแหน่งติดพัดลมด้านหน้าเคส (ในตู้)

4. นำพัดลมมาประกบติดเข้าไปแล้วขันนอตยึดกับตู้ ก่อนขันนอต ดูให้แน่ใจว่าทิศทางลมคือดูดเข้า ไม่ใช่เป่าออก สังเกตุที่ตัวพัดลมจะมีลูกศรบอกทิศทางลมอยู่แล้ว

5. ต่อสายไฟพัดลม พัดลมดูดอากาศสำหรับพีซีจะมีสามสาย ตอนนี้เราจะใช้แค่สองสายพอ คือสายสีแดงและสายสีดำ สายแดงต่อกับไฟบวก สายดำต่อไฟลบหรือกราวน์ ให้ต่อกับหัวต่อสายไฟที่ออกมาจากเพาเวอร์ซัพพลาย (หัวต่อซึ่งปรกติเราใช้เสียบกับดิสก์ไดร์ฟตรงแหล่งป้อนไฟเข้า) หัวต่อนี้จะมีทั้งไฟ 12 โวลท์ และ 5 โวลท์ ปรกติพัดลมดูดอากาศสำหรับพีซีจะใช้ไฟ 12 โวลท์ ระวังอย่าต่อผิด เพราะถ้าต่อกับ 5 โวลท์จะทำให้พัดลมหมุนค่อยเกินไป ลมที่ได้จะไม่แรงเพียงพอ

พลิกไปหน้าต่อไป